พหูสูต หมายถึง “ความเป็นผู้ฉลาดรู้” คือผู้ที่รู้จักเลือกในสิ่งที่ควรรู้ เป็นผู้ที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมามาก ได้ยินได้ฟังมามาก และเป็นคนช่างสังเกต ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้เป็นต้นทางแห่งปัญญา ทำให้เกิดความรู้สำหรับบริหารงานชีวิตและเป็นกุญแจไขไปสู่ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข และทุกสิ่งที่ เราปรารถนา
ความแตกต่างระหว่างบัณฑิตและพหูสูต
บัณฑิต คือ ผู้มีคุณธรรมประจำใจ มีความประพฤติดีงาม ไม่ว่าจะมีความรู้มากหรือน้อยก็ตาม บัณฑิตจะใช้ความรู้นั้น ๆ สร้างประโยชน์แก่ตนเอง และผู้อื่นอย่างเต็มที่ เป็นผู้ที่สามารถเอาตัวรอดได้แน่นอน ไม่ตกไปสู่อบายภูมิเป็นอันขาด
พหูสูต คือ ผู้มีความรู้มาก แต่คุณธรรมความประพฤติยังไม่แน่ว่าจะดียังไม่แน่ว่าจะดี ยังไม่แน่ว่าจะเอาตัวรอดได้ ถ้าใช้ความรู้ที่มีอยู่ไปทำชั่ว เช่น เอาความรู้เคมีไปผลิตเฮโรอีน ก็อาจตกนรกได้
ลักษณะของพหูสูต คือ
๑. รู้ลึก หมายถึง รู้เรื่องราวไปหาเหตุในอดีต ลึกซึ้งถึงความเป็นมา เช่น แพทย์เมื่อเห็นอาการก็สามารถรู้ว่าเป็นโรคอะไรรู้ไปถึว่าที่เป็นโรคนี้เพราะเหตุใด หรือช่างเมื่องเห็นอาการเครื่องยนต์ที่เสียก็สามารถบอกได้ทันทีว่าเครื่องนั้นเสียที่ไหน เป็นเพราะอะไร เป็นต้น
๒. รู้รอบ หมายถึง ช่างสังเกต รู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว สภาพภูมิประเทศดินฟ้าอากาศ ผู้คนในชุมชน ความเป็นไปของเหตุการณ์ต่าง ๆ รอบตัว สภาพภูมิประเทศ ดินฟ้าอากาศ ผู้คนในชุมชน ความเป็นไปของเหตุการณ์ต่าง ๆ รอบตัว สิ่งที่ควรรู้ต้องรู้
๓. รู้กว้าง หมายถึง สิ่งรอบตัว แต่ละอย่างที่รู้ก็รู้อย่างละเอียดรู้ถึงความเกี่ยวพันของสิ่งนั้นกบสิ่งอื่น ๆ ด้วย คล้ายรู้รอบแต่เก็บรายละเอียดมากขึ้น
๔. รู้ไกล หมายถึง มองการณ์ไกล รู้ถึงผลที่จะตามมาในอนาคต เช่น เห็นสภาพดินฟ้าอากาศก็รู้ทันทีว่าปีนี้พืชผลชนิดใดจะขาดแคลน เห็นพฤติการณ์ ของผู้ร่วมงานไม่น่าไว้วางใจก็รู้ทันทีว่า เขากำลังจะคิดไม่ซื่อ เห็นตนเองเริ่มย่อหย่อนต่อการปฏิบัติธรรมก็รู้ทันทีว่าถ้าทิ้งไว้เช่นนี้ต่อไปตนก็จะเสื่อมจากกุศลธรรม ฯลฯ
ผู้ที่ประกอบด้วยความรู้ ๔ ประการนี้ ทั้งทางโลกและทางธรรมจึงจะเป็นพหูสูตที่แท้จริง
คุณสมบัติของพหูสูต หรือนักเรียน นักศึกษาที่ดี
๑.พหุสฺสุตา ความตั้งใจฟัง คือมีนิสัยชอบฟัง ชอบอ่าน ชอบค้นคว้า ยึดหลัก “เรียนจากครู ดูจากตำรับ สดับปาฐะ”
๒.ธตา ความตั้งใจจำ คือมีความจำดี รู้จักจับสาระสำคัญ จับหลักให้ได้ แล้วจำได้แม่นยำ คนที่ความจำไม่ดี เพราะภพในอดีตชอบพูดปด ดื่มสุรามาก ฯลฯ ดังนั้น ถ้าในชาตินี้เลิกดื่มสุรา เลิกพูดปดและพยายามบ่อย ๆ หมั่นจดหมั่นเขียนบ่อย ๆ ไม่ช้าก็จะเป็นผู้มีความจำดี
๓.วจสา ปริจิตา ความตั้งใจท่อง คือต้องฝึกท่องให้คล่องปากท่องจนขึ้นใจ จำได้คล่องแคล่วจัดเจน ไม่ต้องพลิกตำรา โดยเฉพาะพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นความจริงแท้แน่นอน ไม่เปลี่ยนแปลง ควรท่องไว้ให้ขึ้นใจทุกข้อกระทงความให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ส่วนวิชาการทางโลกยังมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ เพราะยังไม่มีใครรู้จริง จึงควรท่องเฉพาะที่สำคัญ และหมั่นคิดหาเหตุผลด้วย
๔.มนสานุเปกขา ความตั้งใจขบคิด คือใส่ใจนึกคิด ตรึกตรองสาวเหตุสาวผลให้เข้าใจตลอด พิจารณาให้เจนจบ นึกถึงครั้งใดก็เข้าใจปรุโปร่งหมด
๕.ทิฏฐิยา สุปฏิวิทฺธา ความแทงตลอดด้วยปัญญา คือเข้าใจแจ่มแจ้งทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ความรู้กับใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อย่างไรก็ตามตราบใดที่ยังไม่ได้ฝึกสมาธิอย่างจริงจังคุณสมบัติข้อนี้ จะเกิดไม่เต็มที่
ลักษณะผู้ที่เป็นพหูสูตไม่ได้
๑.คนราคจริต คือ คนขี้โอ่ บ้ายอ เจ้าแง่แสนงอน รักสวยรักงาม พิถีพิถันจนเกินเหตุ มัวแต่งอน มัวแต่แต่งตัวจนไม่มีเวลาท่องบ่น ค้นคว้าหาความรู้ พวกนี้แก้โดยให้หมั่นนึกถึงความตาย พิจารณาซากศพอสุภะเนือง ๆ
๒.คนโทสจริต คือ คนขี้โมโห ฉุนเฉียว โกรธง่าย ผูกพยาบาทมากมัวแต่คิดโกรธแค้นจนไม่มีเวลาไตร่ตอง พวกนี้แต้โดยให้หมั่นรักษาศีลและแผ่เมตตาเป็นประจำ
๓.คนโมหจริต คือ คนสะเพร่า ขี้ลืม มักง่าย ทำอะไรไม่พยายามเอาดีสักแต่ให้เสร็จ สติไม่มั่นคง ใจกระด้างในการกุศล สงสัยในพระรัตนตรัยว่ามีคุณจริงหรือไม่ พวกนี้แก้โดยให้หมั่นฝึกสมาธิอย่างสม่ำเสมอ
๔.คนขี้ขลาด คือ พวกขาดความเชื้อมั่นในตนเอง ไม่กล้าลงมือทำอะไร กลัวถูกติ คอยแต่จะเป็นผู้ตาม ไม่มีความคิดริเริ่ม พวกนี้แก้โดยให้คบกับคนมาตรฐาน คือ คบบัณฑิต จะอ่าน จะทำอะไรก็ให้จับให้ทำแต่สิ่งที่เป็นมาตรฐานไม่สักแต่ว่าทำ
๕.คนหนักในอามิส คือ พวกบ้าสมบัติ ตีค่าทรัพย์ว่ามากกว่าความรู้ทำให้ไม่ขวนขวายในการแสวงหาปัญญาเท่าที่ควร
๖.คนจับจด คือ พวกทำอะไรเหยาะแหยะไม่เอาจริง
๗.นักเลงสุรา คือพวกขี้เมา ขาดสติ หมดหนทางที่จะเรียนรู้
๘.คนที่มีนิสัยเหมือนเด็ก คือ พวกชอบเอิกเกริกสนุกเฮฮาจนเกินเหตุ ไม่มีความรับผิดชอบ
วิธีฝึกตนเองให้เป็นพหูสูต
๑. ฉลาดเลือกเรียนแต่สิ่งที่ควร
๒. ตั้งใจเรียนวิชาที่ตนเลือกอย่างเต็มความสามารถ
๓. มีความกระตือรือร้นที่จะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ
๔. เมื่อเรียนแล้วก็จำไว้เป็นอย่างดี พร้อมจะนำความรู้ที่ได้ไปใช้ได้ทันที
ข้อเตือนใจ
ถ้ามีความรู้ทางโลกอย่างเดียว ไม่ว่าตนเองจะเป็นคนฉลาดเพียงใดก็มีโอกาสพลาดพลั้งได้ เช่น มีความรู้เรื่องปรมาณู อาจนำไปใช้ในทางสันติเป็นแหล่งพลังงาน หรือนำไปสร้างระเบิดทำลายล้างชีวิตมนุษย์ก็ได้ เราจึงต้องศึกษาความรู้ทางธรรมไว้คอยกำกับความรู้ทางโลกด้วย ควารู้ทางธรรมะจะเป็นเสมือนดวงประทีปส่องให้เห็นว่า สิ่งที่กระทำนั้นถูกหรือผิด ควรหรือไม่ควร
ผู้ที่คิดแต่จะตักตวงความรู้ทางโลก แม้จะฉลาดร่ำรวยมีอำนวจสักปานใดก็ไม่น่ารัก ไม่น่าเคารพ ไม่น่ายำเกรง ไม่น่านับถือ ยังเป็นบุคคล ประเภทเอาตัวไม่รอด
โปรดจำไว้ว่า “ความรู้ที่เกิดแก่คนพาล ย่อมนำความฉิบหายมาให้ เพราะเขาจะนำความรู้ไปใช้ในทางที่ผิด ๆ” เราทุกคนจึงควรจะแสวงหาโอกาสศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรมและรู้ให้ลึกซึ้งเกินกว่า การงานที่ตนตับผิดชอบ ความรู้ที่เกินมานี้ จะเป็นเสมือนดวงประทีป ส่องให้เห็นทางเบื้องหน้าที่จะนำไปสู่ความสำเร็จได้โดยง่าย
อานิสงส์การเป็นพหูสูต
๑.ทำให้เป็นที่พึ่งของตนเองได้
๒.ทำให้ได้ความเป็นผู้นำ
๓.ทำให้แกล้วกล้าองอาจในทุกที่ทุกสถาน
๔.ทำให้บริบูรณ์ด้วยลาภ ยศ สรรเสริญ สุข
๕.ทำให้ได้รับคำชมเชย ได้รับความยกย่องเกรงใจ
๖.ไม่มีใครแย่งชิงได้ เป็นสหชาติปัญญาติดตัวข้ามภพข้ามชาติไป
๗.เป็นพื้นฐานของศิลปะ และความสามารถอื่น ๆ ต่อไป
๘.ทำให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้โดยง่าย
อ้างอิง : http://www1.freehostingguru.com/thaigenx/mongkhol/mk07.htm
วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554
วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2554
นิทานชาดก : กระต่ายผู้สละชีวิต
นิทานชาดก : กระต่ายผู้สละชีวิต
ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภการถวายบริขารทุกอย่างของพ่อค้าชาวเมืองคนหนึ่งได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า…
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นกระต่ายอาศัยอยู่ในป่าแห่งหนึ่งท่ามกลางหุบเขาและแม่น้ำล้อมรอบ มีสัตว์เป็นเพื่อนกันอัก ๓ ตัว คือ ลิง สุนัขจิ้งจอก และนาก สัตว์ทั้ง ๔ เป็นสัตว์มีศีลธรรม ทุกเย็นจะมาพบกันและฟังโอวาทของกระต่ายเสมอ
ต่อมาวันหนึ่ง กระต่ายมองดูจันทร์รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันอุโบสถ จึงให้โอวาท ว่า ” วันพรุ่งนี้ พวกเราจงพากันรักษาศีล ให้ทานเถิด เพราะมีผลบุญกุศลมาก ฉะนั้นพวกท่านจงเตรียมอาหารไว้แบ่งปันคนขอทานเถิด” สัตว์ทั้ง ๓ รับคำแล้วกลับไปยังที่อยู่ของตน
ครั้นรุ่งขึ้นมีนายพรานคนหนึ่งตกเบ็ดได้ปลาตะเพียน ๗ ตัวฝังทรายกลบไว้แล้วก็ข้ามไปทางใต้น้ำต่อไป นากออกหาอาหารได้กลิ่นปลานั้นแล้วจึงร้องขึ้น ๓ ครั้ง รู้ว่าไม่มีเจ้าของแล้วจึงคาบเอาปลาทั้ง ๗ ตัวไปยังที่อยู่ของตน นอนรักษาศีลอยู่
ฝ่ายลิงเข้าไปในป่าได้มะม่วงมาแล้วก็กลับที่อยู่ตนนอนรักษาศีลอยู่ ส่วนเจ้ากระต่ายรักษาศีลอยู่ที่อยู่ของตนไม่ได้ออกไปหาอาหารมาไว้ให้ทาน คิดที่จะสละชีวิตให้ทานว่า ” ถ้ามีคนมาขออาหาร งา และข้าวสารของเราก็ไม่มี ถ้าเช่นนั้นเราจะให้เนื้อของเราแก่เขาก็แล้วกัน” คิดแล้วก็นอนรักษาศีลอยู่
ด้วยอานุภาพแห่งศีลของกระต่ายเป็นเหตุให้บรรลังก์ของเท้าวสักกะเร่าร้อน ท้าวเธอจึงลงมาพิสูจน์คุณของศีลของสัตว์ทั้ง ๔ ด้วยการแปลงร่างเป็นพราหมณ์ไปยังที่อยู่ของนากก่อน ร้องขออาหารกับนาก นากจึงกล่าวว่า “พราหมณ์.. เรามีปลาตะเพียนอยู่ ๗ ตัว ขอเชิญท่านบริโภคเถิด” พราหมณ์รับไว้แล้วก็ไปที่อยู่ของสุนัขจิ้งจอก เอ่ยปากขออาหารอีก สุนัขจิ้งจอกก็มอบอาหารให้พร้อมกับพูดว่า “พราหมณ์.. ข้าพเจ้ามีเนื้อย่าง ๒ ไม้ เหี้ย ๑ ตัว นมส้ม ๑ หม้อ เชิญท่านบริโภคเถิด” พราหมณ์รับไว้แล้วก็ไปที่อยู่ของลิงเอ่ยปากขออาหารเช่นเคย ลิงก็มอบอาหารให้พร้อมกับพูดว่า “พราหมณ์.. มะม่วงสุก น้ำเย็น ร่มเงาไม่อันร่มรื่นขอเชิญท่านบริโภคและพักผ่อนก่อนเถิด”
พราหมณ์รับไว้แล้วก็ไปที่อยู่ของกระต่ายพร้อมร้องขออาหารเช่นเดิม กระต่ายดีใจจึงพูดว่า ” พราหมณ์… ขอเชิญท่านก่อไฟเถิด เราไม่มีอะไรจะให้ท่าน นอกจากเนื้อของเรานี่แหละ ขอเชิญท่านบริโภคเราเถิด” ว่าแล้วก็กล่าวเป็นคาถาว่า
“กระต่ายไม่มีงา ไม่มีถั่ว ไม่มีข้าวสาร ท่านจงบริโภค เราผู้สุกด้วยไฟนี้ แล้วเจริญสมณธรรมอยู่ในป่าเถิด”
ท้าวสักกะจึงเนรมิตให้มีกองไฟขึ้นแล้วบอกให้กระต่ายทราบกระต่ายลุกขึ้นจากหญ้าแพรกสลัดขนไล่สัตว์อื่น ๆ ๓ ครั้ง มีความดีใจ ไม่กลัวต่อความตาย กระโดดเข้ากองไฟไป แต่ก็ต้องแปลกใจว่าไฟทำไมเย็นยิ่งนักจึงถามพราหมณ์ดู ท้าวสักกะในร่างพราหมณ์จึงกล่าวว่า “ท่านบัณฑิต เรามิใช่พราหมณ์ดอก เราเป็นท้าวสักกะ มาเพื่อทดลองศีลของท่านเท่านั้นเอง”
กระต่ายพูดว่า “ท่านท้าวสักกะ ท่านหวังจะทดลองข้าพเจ้าเท่านั้นเองหรือ แล้วชาวโลกจะรู้ว่าข้าพเจ้าปรารถนาให้ชีวิตเป็นทานได้อย่างไรกันเล่า” ท้าวสักกะตอบว่า “คุณความดีในการเสียสละชีวิตเป็นทานของท่านครั้งนี้จะมีปรากฏตลอดไป” ว่าแล้วก็เขียนรูปกระต่ายไว้บนดวงจันทร์เป็นสัญลักษณ์ให้ชาวโลกได้เห็นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แล้วก็หายวับกลับเทวโลกไป สัตว์ทั้ง ๔ ตัวได้รักษาศีลจนตราบสิ้นชีวิต
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : การรักษาศีลเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตทั้งมนุษย์และสัตว์เดรัจฉาน เพราะผู้มีศีลเทวดาย่อมคุ้มครอง
อ้างอิง : http://นิทานชาดก.whitemedia.org/page/3/
ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภการถวายบริขารทุกอย่างของพ่อค้าชาวเมืองคนหนึ่งได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า…
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นกระต่ายอาศัยอยู่ในป่าแห่งหนึ่งท่ามกลางหุบเขาและแม่น้ำล้อมรอบ มีสัตว์เป็นเพื่อนกันอัก ๓ ตัว คือ ลิง สุนัขจิ้งจอก และนาก สัตว์ทั้ง ๔ เป็นสัตว์มีศีลธรรม ทุกเย็นจะมาพบกันและฟังโอวาทของกระต่ายเสมอ
ต่อมาวันหนึ่ง กระต่ายมองดูจันทร์รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันอุโบสถ จึงให้โอวาท ว่า ” วันพรุ่งนี้ พวกเราจงพากันรักษาศีล ให้ทานเถิด เพราะมีผลบุญกุศลมาก ฉะนั้นพวกท่านจงเตรียมอาหารไว้แบ่งปันคนขอทานเถิด” สัตว์ทั้ง ๓ รับคำแล้วกลับไปยังที่อยู่ของตน
ครั้นรุ่งขึ้นมีนายพรานคนหนึ่งตกเบ็ดได้ปลาตะเพียน ๗ ตัวฝังทรายกลบไว้แล้วก็ข้ามไปทางใต้น้ำต่อไป นากออกหาอาหารได้กลิ่นปลานั้นแล้วจึงร้องขึ้น ๓ ครั้ง รู้ว่าไม่มีเจ้าของแล้วจึงคาบเอาปลาทั้ง ๗ ตัวไปยังที่อยู่ของตน นอนรักษาศีลอยู่
ฝ่ายลิงเข้าไปในป่าได้มะม่วงมาแล้วก็กลับที่อยู่ตนนอนรักษาศีลอยู่ ส่วนเจ้ากระต่ายรักษาศีลอยู่ที่อยู่ของตนไม่ได้ออกไปหาอาหารมาไว้ให้ทาน คิดที่จะสละชีวิตให้ทานว่า ” ถ้ามีคนมาขออาหาร งา และข้าวสารของเราก็ไม่มี ถ้าเช่นนั้นเราจะให้เนื้อของเราแก่เขาก็แล้วกัน” คิดแล้วก็นอนรักษาศีลอยู่
ด้วยอานุภาพแห่งศีลของกระต่ายเป็นเหตุให้บรรลังก์ของเท้าวสักกะเร่าร้อน ท้าวเธอจึงลงมาพิสูจน์คุณของศีลของสัตว์ทั้ง ๔ ด้วยการแปลงร่างเป็นพราหมณ์ไปยังที่อยู่ของนากก่อน ร้องขออาหารกับนาก นากจึงกล่าวว่า “พราหมณ์.. เรามีปลาตะเพียนอยู่ ๗ ตัว ขอเชิญท่านบริโภคเถิด” พราหมณ์รับไว้แล้วก็ไปที่อยู่ของสุนัขจิ้งจอก เอ่ยปากขออาหารอีก สุนัขจิ้งจอกก็มอบอาหารให้พร้อมกับพูดว่า “พราหมณ์.. ข้าพเจ้ามีเนื้อย่าง ๒ ไม้ เหี้ย ๑ ตัว นมส้ม ๑ หม้อ เชิญท่านบริโภคเถิด” พราหมณ์รับไว้แล้วก็ไปที่อยู่ของลิงเอ่ยปากขออาหารเช่นเคย ลิงก็มอบอาหารให้พร้อมกับพูดว่า “พราหมณ์.. มะม่วงสุก น้ำเย็น ร่มเงาไม่อันร่มรื่นขอเชิญท่านบริโภคและพักผ่อนก่อนเถิด”
พราหมณ์รับไว้แล้วก็ไปที่อยู่ของกระต่ายพร้อมร้องขออาหารเช่นเดิม กระต่ายดีใจจึงพูดว่า ” พราหมณ์… ขอเชิญท่านก่อไฟเถิด เราไม่มีอะไรจะให้ท่าน นอกจากเนื้อของเรานี่แหละ ขอเชิญท่านบริโภคเราเถิด” ว่าแล้วก็กล่าวเป็นคาถาว่า
“กระต่ายไม่มีงา ไม่มีถั่ว ไม่มีข้าวสาร ท่านจงบริโภค เราผู้สุกด้วยไฟนี้ แล้วเจริญสมณธรรมอยู่ในป่าเถิด”
ท้าวสักกะจึงเนรมิตให้มีกองไฟขึ้นแล้วบอกให้กระต่ายทราบกระต่ายลุกขึ้นจากหญ้าแพรกสลัดขนไล่สัตว์อื่น ๆ ๓ ครั้ง มีความดีใจ ไม่กลัวต่อความตาย กระโดดเข้ากองไฟไป แต่ก็ต้องแปลกใจว่าไฟทำไมเย็นยิ่งนักจึงถามพราหมณ์ดู ท้าวสักกะในร่างพราหมณ์จึงกล่าวว่า “ท่านบัณฑิต เรามิใช่พราหมณ์ดอก เราเป็นท้าวสักกะ มาเพื่อทดลองศีลของท่านเท่านั้นเอง”
กระต่ายพูดว่า “ท่านท้าวสักกะ ท่านหวังจะทดลองข้าพเจ้าเท่านั้นเองหรือ แล้วชาวโลกจะรู้ว่าข้าพเจ้าปรารถนาให้ชีวิตเป็นทานได้อย่างไรกันเล่า” ท้าวสักกะตอบว่า “คุณความดีในการเสียสละชีวิตเป็นทานของท่านครั้งนี้จะมีปรากฏตลอดไป” ว่าแล้วก็เขียนรูปกระต่ายไว้บนดวงจันทร์เป็นสัญลักษณ์ให้ชาวโลกได้เห็นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แล้วก็หายวับกลับเทวโลกไป สัตว์ทั้ง ๔ ตัวได้รักษาศีลจนตราบสิ้นชีวิต
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : การรักษาศีลเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตทั้งมนุษย์และสัตว์เดรัจฉาน เพราะผู้มีศีลเทวดาย่อมคุ้มครอง
อ้างอิง : http://นิทานชาดก.whitemedia.org/page/3/
วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554
สังคหวัตถุ 4
สังคหวัตถุ 4 หมายถึง หลักธรรมที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจของผู้อื่น ผูกไมตรี เอื้อเฟื้อ เกื้อกูล หรือเป็นหลักการสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน มีอยู่ 4 ประการ ได้แก่
1. ทาน คือ การให้ การเสียสละ หรือการเอื้อเฟื้อแบ่งปันของๆตนเพื่อประโยชน์แก่บุคคลอื่น ไม่ตระหนี่ถี่เหนียว ไม่เป็นคนเห็นแก่ได้ฝ่ายเดียว คุณธรรมข้อนี้จะช่วยให้ไม่เป็นคนละโมบ ไม่เห็นแก่ตัว เราควรคำนึงอยู่เสมอว่า ทรัพย์สิ่งของที่เราหามาได้ มิใช่สิ่งจีรังยั่งยืน เมื่อเราสิ้นชีวิตไปแล้วก็ไม่สามารถจะนำติดตัวเอาไปได้
2. ปิยวาจา คือ การพูดจาด้วยถ้อยคำที่ไพเราะอ่อนหวาน พูดด้วยความจริงใจ ไม่พูดหยาบคายก้าวร้าว พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์เหมาะสำหรับกาลเทศะ พระพุทธเจ้าทรงให้ความสำคัญกับการพูดเป็นอย่างยิ่ง เพราะการพูดเป็นบันไดขั้นแรกที่จะสร้างมนุษย์สัมพันธ์อันดีให้เกิดขึ้น วิธีการที่จะพูดให้เป็นปิยวาจานั้น จะต้องพูดโดยยึดถือหลักเกณฑ์
ดังต่อไปนี้
เว้นจากการพูดเท็จ
เว้นจากการพูดส่อเสียด
เว้นจากการพูดคำหยาบ
เว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ
3. อัตถจริยา คือ การสงเคราะห์ทุกชนิดหรือการประพฤติในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น
4. สมานัตตา คือ การเป็นผู้มีความสม่ำเสมอ หรือมีความประพฤติเสมอต้นเสมอปลาย คุณธรรมข้อนี้จะช่วยให้เราเป็นคนมีจิตใจหนักแน่นไม่โลเล รวมทั้งยังเป็นการสร้างความนิยม และไว้วางใจให้แก่ผู้อื่นอีกด้วย
อ้างอิง http://www.learntripitaka.com/scruple/sank4.html
1. ทาน คือ การให้ การเสียสละ หรือการเอื้อเฟื้อแบ่งปันของๆตนเพื่อประโยชน์แก่บุคคลอื่น ไม่ตระหนี่ถี่เหนียว ไม่เป็นคนเห็นแก่ได้ฝ่ายเดียว คุณธรรมข้อนี้จะช่วยให้ไม่เป็นคนละโมบ ไม่เห็นแก่ตัว เราควรคำนึงอยู่เสมอว่า ทรัพย์สิ่งของที่เราหามาได้ มิใช่สิ่งจีรังยั่งยืน เมื่อเราสิ้นชีวิตไปแล้วก็ไม่สามารถจะนำติดตัวเอาไปได้
2. ปิยวาจา คือ การพูดจาด้วยถ้อยคำที่ไพเราะอ่อนหวาน พูดด้วยความจริงใจ ไม่พูดหยาบคายก้าวร้าว พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์เหมาะสำหรับกาลเทศะ พระพุทธเจ้าทรงให้ความสำคัญกับการพูดเป็นอย่างยิ่ง เพราะการพูดเป็นบันไดขั้นแรกที่จะสร้างมนุษย์สัมพันธ์อันดีให้เกิดขึ้น วิธีการที่จะพูดให้เป็นปิยวาจานั้น จะต้องพูดโดยยึดถือหลักเกณฑ์
ดังต่อไปนี้
เว้นจากการพูดเท็จ
เว้นจากการพูดส่อเสียด
เว้นจากการพูดคำหยาบ
เว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ
3. อัตถจริยา คือ การสงเคราะห์ทุกชนิดหรือการประพฤติในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น
4. สมานัตตา คือ การเป็นผู้มีความสม่ำเสมอ หรือมีความประพฤติเสมอต้นเสมอปลาย คุณธรรมข้อนี้จะช่วยให้เราเป็นคนมีจิตใจหนักแน่นไม่โลเล รวมทั้งยังเป็นการสร้างความนิยม และไว้วางใจให้แก่ผู้อื่นอีกด้วย
อ้างอิง http://www.learntripitaka.com/scruple/sank4.html
อิทธิบาท 4
คำว่า อิทธิบาท แปลว่า บาทฐานแห่งความสำเร็จ หมายถึง สิ่งซึ่งมีคุณธรรม เครื่องให้ลุถึงความสำเร็จตามที่ตนประสงค์ ผู้หวังความสำเร็จในสิ่งใด ต้องทำตนให้สมบูรณ์ ด้วยสิ่งที่เรียกว่า อิทธิบาท ซึ่งจำแนกไว้เป็น ๔ คือ
๑. ฉันทะ ความพอใจรักใคร่ในสิ่งนั้น
๒. วิริยะ ความพากเพียรในสิ่งนั้น
๓. จิตตะ ความเอาใจใส่ฝักใฝ่ในสิ่งนั้น
๔. วิมังสา ความหมั่นสอดส่องในเหตุผลของสิ่งนั้น
ธรรม ๔ อย่างนี้ ย่อมเนื่องกัน แต่ละอย่างๆ มีหน้าที่เฉพาะของตน
ฉันทะ คือความพอใจ ในฐานะเป็นสิ่งที่ ตนถือว่า ดีที่สุด ที่มนุษย์เรา ควรจะได้ ข้อนี้ เป็นกำลังใจ อันแรก ที่ทำให้เกิด คุณธรรม ข้อต่อไป ทุกข้อ
วิริยะ คือความพากเพียร หมายถึง การการะทำที่ติดต่อ ไม่ขาดตอน เป็นระยะยาว จนประสบ ความสำเร็จ คำนี้ มีความหมายของ ความกล้าหาญ เจืออยู่ด้วย ส่วนหนึ่ง
จิตตะ หมายถึงความไม่ทอดทิ้ง สิ่งนั้น ไปจากความรู้สึก ของตัว ทำสิ่งซึ่งเป็น วัตถุประสงค์ นั้นให้เด่นชัด อยู่ในใจเสมอ คำนี้ รวมความหมาย ของคำว่า สมาธิ อยู่ด้วยอย่างเต็มที่
วิมังสา หมายถึงความสอดส่องใน เหตุและผล แห่งความสำเร็จ เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ให้ลึกซึ้งยิ่งๆ ขึ้นไปตลอดเวลา คำนี้ รวมความหมาย ของคำว่า ปัญญา ไว้อย่างเต็มที่
อ้างอิง http://www.learntripitaka.com/scruple/Itibaht4.html
๑. ฉันทะ ความพอใจรักใคร่ในสิ่งนั้น
๒. วิริยะ ความพากเพียรในสิ่งนั้น
๓. จิตตะ ความเอาใจใส่ฝักใฝ่ในสิ่งนั้น
๔. วิมังสา ความหมั่นสอดส่องในเหตุผลของสิ่งนั้น
ธรรม ๔ อย่างนี้ ย่อมเนื่องกัน แต่ละอย่างๆ มีหน้าที่เฉพาะของตน
ฉันทะ คือความพอใจ ในฐานะเป็นสิ่งที่ ตนถือว่า ดีที่สุด ที่มนุษย์เรา ควรจะได้ ข้อนี้ เป็นกำลังใจ อันแรก ที่ทำให้เกิด คุณธรรม ข้อต่อไป ทุกข้อ
วิริยะ คือความพากเพียร หมายถึง การการะทำที่ติดต่อ ไม่ขาดตอน เป็นระยะยาว จนประสบ ความสำเร็จ คำนี้ มีความหมายของ ความกล้าหาญ เจืออยู่ด้วย ส่วนหนึ่ง
จิตตะ หมายถึงความไม่ทอดทิ้ง สิ่งนั้น ไปจากความรู้สึก ของตัว ทำสิ่งซึ่งเป็น วัตถุประสงค์ นั้นให้เด่นชัด อยู่ในใจเสมอ คำนี้ รวมความหมาย ของคำว่า สมาธิ อยู่ด้วยอย่างเต็มที่
วิมังสา หมายถึงความสอดส่องใน เหตุและผล แห่งความสำเร็จ เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ให้ลึกซึ้งยิ่งๆ ขึ้นไปตลอดเวลา คำนี้ รวมความหมาย ของคำว่า ปัญญา ไว้อย่างเต็มที่
อ้างอิง http://www.learntripitaka.com/scruple/Itibaht4.html
โลกธรรม 8
"โลกธรรม 8 หมายถึง เรื่องของโลกซึ่งมีอยู่ประจำกับชีวิต สังคมและโลกของมนุษย์ เป็นความจริงที่ทุกคนต้องประสบด้วยกันทั้งนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม อยู่ที่ว่า ใครจะประสบมาก หรือประสบน้อยช้าหรือเร็วกว่ากัน
โลกธรรม แบ่งออกเป็น 8 ชนิด จำแนกออกเป็น 2 ฝ่ายควบคู่กัน ซึ่งมีความหมายตรงข้ามกัน คือ ฝ่ายอิฏฐารมณ์ อารมณ์ที่น่าปรารถนาและฝ่ายอนิฏฐารมณ์ อารมณ์ที่ไม่น่าปรารถนา ดังนี้
โลกธรรมฝ่ายอิฏฐารมณ์ คือ ฝ่ายที่มนุษย์พอใจมี 4 เรื่อง คือ
1. ได้ลาภ หมายความว่า ได้ผลประโยชน์ ได้ทรัพย์สินเงินทอง ได้บ้านเรือนหรือที่สวน ไร่นา
2. ได้ยศ หมายความว่า ได้รับแต่งตั้งให้มีฐานันดรสูงขึ้น ได้ตำแหน่ง ได้อำนาจเป็นใหญ่เป็นโต
3. ได้รับสรรเสริญ คือ ได้ยิน ได้ฟัง คำสรรเสริญคำชมเชย คำยกยอ
4. ได้สุข คือ ได้ความสบายกาย สบายใจ ได้ความเบิกบาน ร่าเริง ได้ความบันเทิงใจ
โลกธรรมฝ่ายอนิฏฐารมณ์ คือ ฝ่ายที่มนุษย์ไม่พอใจมี 4 เรื่อง คือ
1. เสียลาภ หมายความว่า ลาภที่ได้มาแล้วเสียไป
2. เสื่อมยศ หมายถึง ถูกลดความเป็นใหญ่ ถูกถอดออกจากตำแหน่ง ถูกถอดอำนาจ
3. ถูกนินทา หมายถึง ถูกตำหนิติเตียนว่าไม่ดี ถูกผู้อื่นพูดถึง ความไม่ดีของเราในที่ลับหลังเรียกว่าถูกนินทา
4. ตกทุกข์ คือ ได้รับความทุกข์ทรมานกายทรมานใจ
ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ไม่มีอะไรเที่ยง ไม่มีอะไรแน่นอน ไม่มีอะไรเป็นตัวของเราเอง ไม่มีใครในโลกนี้จะพบแต่ความสมหวังตลอดชีวิต จะต้องพบกับคำว่าผิดหวังบ้าง
ผู้มีปัญญาได้รับการศึกษาอบรมมาอย่างดีแล้ว พึงทำใจเอาไว้กลางๆ ว่า มีคนนินทา ก็ต้องมีคนสรรเสริญ มีสุขก็ต้องมีทุกข์ มีลาภย่อมเสื่อมลาภ มียศก็ย่อมเสื่อมยศ หากเราหวังอะไรเกินเหตุ เมื่อเวลาเราผิดหวัง ไม่สมหวัง ให้ทำใจไว้ว่านั่นคือโลกธรรมทั้ง 8 คือ มีได้ก็ต้องเสื่อมได้ เป็นของธรรมดาในโลกนี้ ไม่ว่าสัตว์หรือบุคคลใด ก็ย่อมหนีสิ่งเหล่านี้ไปไม่พ้น เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ ก็ย่อมหนีสิ่งเหล่านี้ไปไม่พ้นอย่างแน่นอน เพราะเมื่อไม่สมปรารถนาที่ตัวเองคิดไว้ จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียอกเสียใจ รำพึงรำพันกับตัวเองถึงความไม่สมหวัง จะได้ไม่ต้องเป็นทุกข์มาก
เพราะฉะนั้น จงใช้สติปัญญาหมั่นพิจารณาอยู่เนืองๆ ว่า สิ่งใดมีเกิดขึ้น ก็ต้องมีเสื่อมไปเป็นของธรรมดา เหมือนโลกธรรมทั้ง 8 ประการ เราเกิดมาเป็นมนุษย์ ทุกคนจะต้องตกอยู่ในโลกธรรม 8 กันถ้วนหน้า จะได้ไม่ต้องเศร้าโศกเสียใจเป็นทุกข์ สามารถดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้อย่างเป็นสุข"
อ้างอิง http://www.oknation.net/blog/mettapc/2009/07/11/entry-1
โลกธรรม แบ่งออกเป็น 8 ชนิด จำแนกออกเป็น 2 ฝ่ายควบคู่กัน ซึ่งมีความหมายตรงข้ามกัน คือ ฝ่ายอิฏฐารมณ์ อารมณ์ที่น่าปรารถนาและฝ่ายอนิฏฐารมณ์ อารมณ์ที่ไม่น่าปรารถนา ดังนี้
โลกธรรมฝ่ายอิฏฐารมณ์ คือ ฝ่ายที่มนุษย์พอใจมี 4 เรื่อง คือ
1. ได้ลาภ หมายความว่า ได้ผลประโยชน์ ได้ทรัพย์สินเงินทอง ได้บ้านเรือนหรือที่สวน ไร่นา
2. ได้ยศ หมายความว่า ได้รับแต่งตั้งให้มีฐานันดรสูงขึ้น ได้ตำแหน่ง ได้อำนาจเป็นใหญ่เป็นโต
3. ได้รับสรรเสริญ คือ ได้ยิน ได้ฟัง คำสรรเสริญคำชมเชย คำยกยอ
4. ได้สุข คือ ได้ความสบายกาย สบายใจ ได้ความเบิกบาน ร่าเริง ได้ความบันเทิงใจ
โลกธรรมฝ่ายอนิฏฐารมณ์ คือ ฝ่ายที่มนุษย์ไม่พอใจมี 4 เรื่อง คือ
1. เสียลาภ หมายความว่า ลาภที่ได้มาแล้วเสียไป
2. เสื่อมยศ หมายถึง ถูกลดความเป็นใหญ่ ถูกถอดออกจากตำแหน่ง ถูกถอดอำนาจ
3. ถูกนินทา หมายถึง ถูกตำหนิติเตียนว่าไม่ดี ถูกผู้อื่นพูดถึง ความไม่ดีของเราในที่ลับหลังเรียกว่าถูกนินทา
4. ตกทุกข์ คือ ได้รับความทุกข์ทรมานกายทรมานใจ
ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ไม่มีอะไรเที่ยง ไม่มีอะไรแน่นอน ไม่มีอะไรเป็นตัวของเราเอง ไม่มีใครในโลกนี้จะพบแต่ความสมหวังตลอดชีวิต จะต้องพบกับคำว่าผิดหวังบ้าง
ผู้มีปัญญาได้รับการศึกษาอบรมมาอย่างดีแล้ว พึงทำใจเอาไว้กลางๆ ว่า มีคนนินทา ก็ต้องมีคนสรรเสริญ มีสุขก็ต้องมีทุกข์ มีลาภย่อมเสื่อมลาภ มียศก็ย่อมเสื่อมยศ หากเราหวังอะไรเกินเหตุ เมื่อเวลาเราผิดหวัง ไม่สมหวัง ให้ทำใจไว้ว่านั่นคือโลกธรรมทั้ง 8 คือ มีได้ก็ต้องเสื่อมได้ เป็นของธรรมดาในโลกนี้ ไม่ว่าสัตว์หรือบุคคลใด ก็ย่อมหนีสิ่งเหล่านี้ไปไม่พ้น เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ ก็ย่อมหนีสิ่งเหล่านี้ไปไม่พ้นอย่างแน่นอน เพราะเมื่อไม่สมปรารถนาที่ตัวเองคิดไว้ จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียอกเสียใจ รำพึงรำพันกับตัวเองถึงความไม่สมหวัง จะได้ไม่ต้องเป็นทุกข์มาก
เพราะฉะนั้น จงใช้สติปัญญาหมั่นพิจารณาอยู่เนืองๆ ว่า สิ่งใดมีเกิดขึ้น ก็ต้องมีเสื่อมไปเป็นของธรรมดา เหมือนโลกธรรมทั้ง 8 ประการ เราเกิดมาเป็นมนุษย์ ทุกคนจะต้องตกอยู่ในโลกธรรม 8 กันถ้วนหน้า จะได้ไม่ต้องเศร้าโศกเสียใจเป็นทุกข์ สามารถดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้อย่างเป็นสุข"
อ้างอิง http://www.oknation.net/blog/mettapc/2009/07/11/entry-1
วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554
อกุศลกรรม
อกุศลกรรม
อกุศลกรรมสิบ คือ ทางที่ไม่ควรดำเนิน ๑๐ ประการ เพราะให้ผลไปในทางเสื่อม เมื่อผู้ใดได้กระทำลงไปจะเป็นเหตุให้ชีวิตผู้นั้นต้องได้รับผลดังต่อไปนี้
๑. เข่นฆ่าชีวิต คนสัตว์ไม่ละเว้น
ผลที่จะได้รับจากการกระทำเหตุเช่นนี้ มากน้อยแตกต่างกันขึ้น อยู่กับความรุนแรงของการกระทำเช่น ผู้ที่ฆ่าสัตว์ใหญ่จำพวก วัว ควาย หมู จะบาปและรับผลรุนแรงกว่าการฆ่า มด ปลวก ยุง ฯ ทั้งนี้เพราะ กรรมวิธีและระยะเวลาของการกระทำบาปนั้นมีมากกว่า ทำให้จิตเก็บ อารมณ์นั้นได้มากกว่า ผลต่าง ๆ ที่จะได้รับจากการฆ่าสัตว์นี้มีมากมาย แตกต่างกัน ซึ่งจะเป็นไปตามลักษณะและอาการของสัตว์ที่เราได้ทำร้าย หรือทรมานเพื่อให้ตาย เพราะการที่เราได้กระทำปาณาติบาตออกไปนั้น จะทำให้เราต้องได้รับผลหรือโทษอย่างเบาที่สุดเมื่อมาเกิดเป็นคนแล้ว คือ
๑. ร่างกายทุพพลภาพ
กล่าวคือ เกิดมาพิการแต่กำเนิด หรือได้รับอุบัติเหตุแล้วเสียอวัยวะกลายเป็น คนพิการ
๒. รูปไม่งาม
เช่น ขี้ริ้วขี้เหร่ รูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ ไม่มีเสน่ห์ เป็นเหมือนอาการของสัตว์ ที่ถูกทำร้ายหรือกำลังบาดเจ็บ
๓. กำลังกายอ่อนแอ
กล่าวคือ มีอาการอยู่ในสภาพเดียวกับสัตว์ที่ได้ทำร้ายและใกล้ตายนั่นเอง
๔. กำลังปัญญาไม่ว่องไว
เพราะสัตว์ที่กำลังจะตาย ย่อมมีแต่ความมืดบอด คิดอะไรก็ไม่ออก
๕. เป็นคนขลาดหวาดกลัวง่าย
เพราะสัตว์ทุกชนิดย่อมรักชีวิต เมื่ออยู่ในภาวะที่กำลังถูกทำร้ายเพื่อให้ตาย ย่อมมีความขลาดหวาดกลัวอย่างรุนแรง
๖. กล้าฆ่าตนเอง หรือถูกฆ่า
เพราะเราได้ฆ่าชีวิตอื่นไว้ ชีวิตของเราก็อาจต้องถูกฆ่าในชาติต่อ ๆ ไป แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นสัตว์ตัวที่เราฆ่านั้นกลับมาฆ่าเรา เพียงแต่เป็นเหตุผลผลักดันให้เราถูกฆ่าโดยใครหรือสัตว์ใดก็ได้ และ การฆ่าสัตว์บ่อย ๆ จากสัตว์เล็ก ๆ จะทำให้มีอำนาจกล้าฆ่าสัตว์ที่ใหญ่ ขึ้น ในที่สุดความกล้านี้จะมีอำนาจทำให้สามารถกล้าฆ่าตนเองซึ่งเป็น ชีวิตที่เรารักที่สุดได้
๗. พินาศในบริวาร
กล่าวคือ ทำให้ชีวิตของเรานั้นไม่มีใครอยากอยู่ด้วย เช่นมีคนใช้ก็อยู่ ไม่ทนต้องเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก หรือเป็นหัวหน้างาน ก็มีลูกน้องที่ไม่ จริงใจ ไม่ซื่อตรง เป็นต้น
๘. โรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน
กรณีนี้แล้วแต่อาการที่ได้กระทำต่อสัตว์นั้น เช่น คนบางคนชอบฆ่าสัตว์ โดยการใช้ไฟหรือน้ำร้อนลวกพวกมด หนู ฯลฯ คนเหล่านี้มักจะได้รับผล จากการถูกไฟครอก หากไม่ตายก็ถึงขึ้นพิการ หรือเสียโฉมไปตลอดชีวิต
๙. อายุสั้น
โดยปกติคนเราจะมีอายุขัยประมาณ ๗๕ ถึง ๑๐๐ ปีทั้งนี้ถ้าผู้ใดตายก่อนอายุ ขัยแสดงว่าผู้นั้นได้เคยฆ่าสัตว์ แล้วแต่ความรุนแรงของกรรมที่กระทำมา การรับผลของกรรมในการกระทำเช่นนี้ หรือที่คนทั่ว ๆ ไปเรียกกันว่า "ชด ใช้หนี้กรรม" นั้นไม่มีวันหมดสิ้นถ้าตราบใดที่เรายังเวียนว่ายตายเกิดอยู่
๒. ลักขโมย ยักยอก ฉ้อโกง
หมายถึง การลักทรัพย์ รวมไปถึงการฉ้อโกง ยักยอก หยิบฉวย โดยที่เจ้าของไม่ได้อนุญาต
ผลของบาปนั้นจะหนักหรือเบาขึ้นอยู่กับว่าได้ทำครบองค์ประกอบ หรือไม่เช่น การถือวิสาสะหยิบของผู้อื่นมาใช้ด้วยความคิดว่าเป็นคนกัน เองนั้น เท่ากับเป็นการสะสมความเคยชินในทางที่ผิด เพราะเมื่อกระทำ บ่อย ๆ เข้าจะเกิดความชำนาญ กล้าที่จะหยิบของผู้อื่นมากขึ้น ในที่สุด ก็จะเป็นขโมยอย่างแท้จริงได้ในวันข้างหน้า ทั้งนี้ผู้ที่ได้กระทำการลักขโมย ออกไปนั้น จะทำให้ได้รับผลหรือโทษอย่างเบาที่สุดเมื่อมาเกิดเป็นคนแล้ว คือ
๑) ด้อยทรัพย์
๒) ยากจน
๓) อดอยาก
๔) ไม่ได้ในสิ่งที่ตนปรารถนา
๕) พินาศในกิจการค้าและการลงทุน
๖) พินาศเพราะภัยพิบัติ
๓. ละเมิด ล่วงเกิน ผิดประเวณี
โดยส่วนใหญ่การกระทำผิดในข้อนี้ คนส่วนมากมักจะนึกถึงการ ประพฤติผิดในกาม หรือการล่วงประเวณีอันเป็นการกระทำลามก ไม่ว่า ยินยอมหรือขัดขืน หากผิดจากทำนองคลองธรรมคือผิดลูกผิดเมียเขา อันเป็นความประพฤติที่สังคมไม่ยอมรับ ผู้ที่กระทำจึงต้องมีพฤติกรรม ที่ปิดบังและซ่อนเร้น ทั้งนี้ผู้ที่ได้กระทำผิดกาเมสุมิจฉาจารออกไปนั้น จะทำให้ได้รับผลหรือโทษอย่างเบาที่สุดเมื่อมาเกิดเป็นคนแล้วคือ
๑) มีผู้เกลียดชังมาก
๒) มีผู้คิดปองร้าย
๓) ขัดสนทรัพย์
๔) อดอยาก ยากจน
๕) เกิดเป็นผู้หญิง
๖) เกิดเป็นกะเทย
๗) เกิดในตระกูลต่ำ
๘) ได้รับความอับอายอยู่เสมอ
๙) ร่ายกายไม่สมประกอบ
๑๐) เป็นคนวิตกจริต
๑๑) พลัดพรากจากผู้ที่ตนรัก
๔. พูดเท็จ พูดไม่ตรงความจริง
หลายคนคงตั้งข้อสงสัยว่าการพูดไม่ปดนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะบางครั้งดูเหมือนจำเป็นต้องทำ เพราะอยู่ในหน้าที่การทำงานซึ่ง หาทางเลี่ยงไม่ได้ เช่น เมื่อรับโทรศัพท์แล้วมีคนต้องการพูดกับเจ้านาย แต่เจ้านายให้บอกว่าไม่อยู่ เช่นนี้แล้วถือว่าเป็นอกุศลกรรมหรือไม่ ? ถ้าเรามาไตร่ตรองให้รอบคอบ อาจเป็นเพราะเรายังไม่เคยทราบ ว่าเมื่อได้กระทำออกไปแล้วผลที่เราจะต้องได้รับเป็นอย่างไร ถ้าเราได้ ทราบผลที่จะเกิดและกลัวต่อผลนั่น ๆ เราจะต้องหาทางหลีกเลี่ยง ลด ละ เลิก การกระทำนั้นได้ดีที่สุด เพราะการที่เราได้พูดปดออกไปนั้นจะทำให้ เราต้องได้รับผลหรือโทษอย่างเบาที่สุดเมื่อมาเกิดเป็นคนแล้วคือ
๑) พูดไม่ชัด
๒) ฟันไม่เรียบ
๓) มีกลิ่นปากเหม็นรุนแรง
๔) ไอตัวร้อนจัด มีกลิ่นตัวแรง
๕) ตาไม่อยู่ในระดับปกติ
๖) พูดติดอ่าง พูดไม่สะดวก
๗) บุคลิกไม่สง่าผ่าเผย
๘)จิตจรวนเรคล้ายคนวิกลจริต
๕. พูดส่อเสียด พูดให้แตกแยก
หมายถึง พูดส่อเสียด พูดให้แตกแยก พูดพาดพิง พูดให้ร้ายฯ เมื่อเราได้กระทำออกไปนั้นจะทำให้เราต้องได้รับผลหรือโทษอย่างเบา ที่สุดเมื่อมาเกิดเป็นคนแล้วคือ
๑) ชอบตำหนิตนเอง
๒) มักถูกกล่าวหาโดยไม่เป็นจริง
๓) ถูกบัณฑิตติเตียน
๔) แตกกับมิตรสหาย
๖. พูดคำหยาบ ด่า สาปแช่ง
หมายถึง พูดคำหยาบ ด่าด้วยคำหยาบช้า ด่าพ่อล่อแม่ ด่า ประจาน สาปแช่งฯ เมื่อเราได้กระทำออกไปนั้นจะทำให้เราต้องได้รับ ผลหรือโทษอย่างเบาที่สุดเมื่อมาเกิดเป็นคนแล้วคือ
๑) มีกายและวาจาหยาบกระด้าง
๒) พินาศในทรัพย์
๓) ได้รับฟังแต่เรื่องไม่สบายใจ
๔) ตายด้วยอาการหลงใหล
๗. พูดเพ้อเจ้อ พูดไร้สาระ
หมายถึง พูดไม่มีเนื้อหา พูดเหลวไหล พูดเรื่อยเปื่อย พูดไม่ เป็นประโยชน์ฯ เมื่อเราได้กระทำออกไปนั้นจะทำให้เราต้องได้รับผลหรือ โทษอย่างเบาที่สุดเมื่อมาเกิดเป็นคนแล้ว คือ
๑) เป็นอธรรมวาทบุคคล
กล่าวคือ เป็นคนที่พูดมากและเรื่องราวที่พูด นั้นไร้สาระหาประโยชน์ไม่ได้ บางคนไม่ว่า ใครจะพูดอะไรก็พูดกับเขาได้ทุกเรื่อง มีการเพลิดเพลินในการพูด โดยไม่สนใจว่าคนอื่น เขาจะรู้สึกอย่างไร
๒) ไม่มีผู้เลื่อมใสในคำพูด
๓) เป็นคนไร้อำนาจ
๔) วิกลจริต
ทั้ง ๔ ประการที่กล่าวมาข้างต้นจัดเป็นวาจาทุจริต คือการสร้าง กรรมทางปากเป็นอกุศลกรรมหรือวจีกรรม เมื่อได้กระทำออกไปย่อมมี ผลตามมามากมาย ดังนั้น ในศีลห้าข้อที่ ๔ มุสาวาท ซึ่งหมายถึงเว้นขาด จากการพูดจาโป้ปดมดเท็จ เพราะฉะนั้นจะรักษาศีลข้อนี้ให้บริสุทธิ์นั้น ทั้งนี้ต้องรวมถึงการไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ เข้าไป ด้วยนั่นเอง
๘. เพ่งเล็งอยากได้เป็นเจ้าของ
หมายถึง ปรารถนาที่จะได้มาครอบครองเป็นเจ้าของ ไม่ว่าสิ่งนั้น เป็นบุคคลหรือทรัพย์สินสิ่งของ ความคิดเช่นนี้เป็นอกุศลกรรมทางใจ หรือมโนกรรม ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันให้เกิดการกระทำทุจริตในข้ออทินนา ทาน (ลักขโมย) มุสาวาท (พูดเท็จ) หรือกาเมสุมิจฉาจาร (ผิดประเวณี) ตามมา เมื่อมีความอยากได้อาจทำให้ต้องสร้างเรื่องโกหกขึ้นมาเพื่อให้ได้ สิ่งของนั้น หรือมีการหยิบฉวยเมื่อเจ้าของเผลอ หรือฉุดพรากลูกเมีย เขา เป็นต้น เมื่อเราได้กระทำออกไปนั้นจะทำให้เราต้องได้รับผลหรือ โทษอย่างเบาที่สุดเมื่อมาเกิดเป็นคนแล้ว คือ
๑) เสื่อมในทรัพย์และคุณงามความดี
๒) เกิดในตระกูลต่ำ
๓) ขัดสนในลาภสักการะ
๔) ได้รับคำติเตียนอยู่เสมอ
๙. ความคิดชั่วร้าย ผูกพยาบาท
หมายถึง ความคิดที่มุ่งร้ายต่อผู้อื่น มีความปรารถนาที่จะทำร้าย ผู้อื่น หรือทำลายประโยชน์และความสุขของผู้อื่นให้เสียไป เช่น เมื่อมี ความโกรธแค้นก็คิดพยาบาทหรืออาฆาต เป็นแรงผลักดันให้เกิดวาจา ทุจริตคือ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ และอาจผลักดันให้เกิดความทุจริต ทางกายตามมาคือ กาเมสุมิจฉาจาร หรือปาณาติบาต (โดยการหาวิธี การทำร้านให้ถึงแก่ชีวิต) เมื่อเราได้กระทำออกไปนั้นจะทำให้เราต้องได้รับ ผลหรือโทษอย่างเบาที่สุดเมื่อมาเกิดเป็นคนแล้ว คือ
๑) มีรูปกายทราม
๒) มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนอยู่เสมอ
๓) อายุสั้น
๔) ตายด้วยการถูกประหารชีวิต
๑๐. มิจฉาความคิด เห็นผิดเป็นชอบ
หมายถึง ความเห็นผิดจากความเป็นจริง คือ
๑) มีความเห็นว่าตายแล้วสูญ ทำอะไรก็ตาม ผลที่พึงได้รับย่อม ไม่มีคือ ทำดีไม่ได้ดี ทำชั่วไม่ได้ชั่ว คุณบิดามารดาไม่มี ผีสางเทวดาไม่มี
๒) มีความเห็นว่าผู้ที่กำลังได้รับความลำบากหรือความสุขสบาย ก็ตาม ล้วนเป็นไปเองทั้งสิ้น เป็นการปฏิเสธต้นเหตุผลกรรมโดยสิ้นเชิง
๓) มีความเห็นว่าการกระทำต่าง ๆ นั้น ไม่มีผลของบาปบุญคุณ โทษแต่ประการใด
เมื่อเราได้กระทำออกไปนั้นจะทำให้เราต้องได้รับผลหรือโทษอย่าง เบาที่สุดเมื่อมาเกิดเป็นคนแล้ว คือ
1. ห่างไกลต่อรัศมีพระธรรม
2. เกิดเป็นคนป่า
3. เป็นคนบ้าปัญญาทราม
4. มีฐานะทางจิตใจต่ำไม่ทัดเทียมผู้อื่น
อ้างอิง http://board.palungjit.com/f8/%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A8%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-10-%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%B4-10-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-215020.html
อกุศลกรรมสิบ คือ ทางที่ไม่ควรดำเนิน ๑๐ ประการ เพราะให้ผลไปในทางเสื่อม เมื่อผู้ใดได้กระทำลงไปจะเป็นเหตุให้ชีวิตผู้นั้นต้องได้รับผลดังต่อไปนี้
๑. เข่นฆ่าชีวิต คนสัตว์ไม่ละเว้น
ผลที่จะได้รับจากการกระทำเหตุเช่นนี้ มากน้อยแตกต่างกันขึ้น อยู่กับความรุนแรงของการกระทำเช่น ผู้ที่ฆ่าสัตว์ใหญ่จำพวก วัว ควาย หมู จะบาปและรับผลรุนแรงกว่าการฆ่า มด ปลวก ยุง ฯ ทั้งนี้เพราะ กรรมวิธีและระยะเวลาของการกระทำบาปนั้นมีมากกว่า ทำให้จิตเก็บ อารมณ์นั้นได้มากกว่า ผลต่าง ๆ ที่จะได้รับจากการฆ่าสัตว์นี้มีมากมาย แตกต่างกัน ซึ่งจะเป็นไปตามลักษณะและอาการของสัตว์ที่เราได้ทำร้าย หรือทรมานเพื่อให้ตาย เพราะการที่เราได้กระทำปาณาติบาตออกไปนั้น จะทำให้เราต้องได้รับผลหรือโทษอย่างเบาที่สุดเมื่อมาเกิดเป็นคนแล้ว คือ
๑. ร่างกายทุพพลภาพ
กล่าวคือ เกิดมาพิการแต่กำเนิด หรือได้รับอุบัติเหตุแล้วเสียอวัยวะกลายเป็น คนพิการ
๒. รูปไม่งาม
เช่น ขี้ริ้วขี้เหร่ รูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ ไม่มีเสน่ห์ เป็นเหมือนอาการของสัตว์ ที่ถูกทำร้ายหรือกำลังบาดเจ็บ
๓. กำลังกายอ่อนแอ
กล่าวคือ มีอาการอยู่ในสภาพเดียวกับสัตว์ที่ได้ทำร้ายและใกล้ตายนั่นเอง
๔. กำลังปัญญาไม่ว่องไว
เพราะสัตว์ที่กำลังจะตาย ย่อมมีแต่ความมืดบอด คิดอะไรก็ไม่ออก
๕. เป็นคนขลาดหวาดกลัวง่าย
เพราะสัตว์ทุกชนิดย่อมรักชีวิต เมื่ออยู่ในภาวะที่กำลังถูกทำร้ายเพื่อให้ตาย ย่อมมีความขลาดหวาดกลัวอย่างรุนแรง
๖. กล้าฆ่าตนเอง หรือถูกฆ่า
เพราะเราได้ฆ่าชีวิตอื่นไว้ ชีวิตของเราก็อาจต้องถูกฆ่าในชาติต่อ ๆ ไป แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นสัตว์ตัวที่เราฆ่านั้นกลับมาฆ่าเรา เพียงแต่เป็นเหตุผลผลักดันให้เราถูกฆ่าโดยใครหรือสัตว์ใดก็ได้ และ การฆ่าสัตว์บ่อย ๆ จากสัตว์เล็ก ๆ จะทำให้มีอำนาจกล้าฆ่าสัตว์ที่ใหญ่ ขึ้น ในที่สุดความกล้านี้จะมีอำนาจทำให้สามารถกล้าฆ่าตนเองซึ่งเป็น ชีวิตที่เรารักที่สุดได้
๗. พินาศในบริวาร
กล่าวคือ ทำให้ชีวิตของเรานั้นไม่มีใครอยากอยู่ด้วย เช่นมีคนใช้ก็อยู่ ไม่ทนต้องเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก หรือเป็นหัวหน้างาน ก็มีลูกน้องที่ไม่ จริงใจ ไม่ซื่อตรง เป็นต้น
๘. โรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน
กรณีนี้แล้วแต่อาการที่ได้กระทำต่อสัตว์นั้น เช่น คนบางคนชอบฆ่าสัตว์ โดยการใช้ไฟหรือน้ำร้อนลวกพวกมด หนู ฯลฯ คนเหล่านี้มักจะได้รับผล จากการถูกไฟครอก หากไม่ตายก็ถึงขึ้นพิการ หรือเสียโฉมไปตลอดชีวิต
๙. อายุสั้น
โดยปกติคนเราจะมีอายุขัยประมาณ ๗๕ ถึง ๑๐๐ ปีทั้งนี้ถ้าผู้ใดตายก่อนอายุ ขัยแสดงว่าผู้นั้นได้เคยฆ่าสัตว์ แล้วแต่ความรุนแรงของกรรมที่กระทำมา การรับผลของกรรมในการกระทำเช่นนี้ หรือที่คนทั่ว ๆ ไปเรียกกันว่า "ชด ใช้หนี้กรรม" นั้นไม่มีวันหมดสิ้นถ้าตราบใดที่เรายังเวียนว่ายตายเกิดอยู่
๒. ลักขโมย ยักยอก ฉ้อโกง
หมายถึง การลักทรัพย์ รวมไปถึงการฉ้อโกง ยักยอก หยิบฉวย โดยที่เจ้าของไม่ได้อนุญาต
ผลของบาปนั้นจะหนักหรือเบาขึ้นอยู่กับว่าได้ทำครบองค์ประกอบ หรือไม่เช่น การถือวิสาสะหยิบของผู้อื่นมาใช้ด้วยความคิดว่าเป็นคนกัน เองนั้น เท่ากับเป็นการสะสมความเคยชินในทางที่ผิด เพราะเมื่อกระทำ บ่อย ๆ เข้าจะเกิดความชำนาญ กล้าที่จะหยิบของผู้อื่นมากขึ้น ในที่สุด ก็จะเป็นขโมยอย่างแท้จริงได้ในวันข้างหน้า ทั้งนี้ผู้ที่ได้กระทำการลักขโมย ออกไปนั้น จะทำให้ได้รับผลหรือโทษอย่างเบาที่สุดเมื่อมาเกิดเป็นคนแล้ว คือ
๑) ด้อยทรัพย์
๒) ยากจน
๓) อดอยาก
๔) ไม่ได้ในสิ่งที่ตนปรารถนา
๕) พินาศในกิจการค้าและการลงทุน
๖) พินาศเพราะภัยพิบัติ
๓. ละเมิด ล่วงเกิน ผิดประเวณี
โดยส่วนใหญ่การกระทำผิดในข้อนี้ คนส่วนมากมักจะนึกถึงการ ประพฤติผิดในกาม หรือการล่วงประเวณีอันเป็นการกระทำลามก ไม่ว่า ยินยอมหรือขัดขืน หากผิดจากทำนองคลองธรรมคือผิดลูกผิดเมียเขา อันเป็นความประพฤติที่สังคมไม่ยอมรับ ผู้ที่กระทำจึงต้องมีพฤติกรรม ที่ปิดบังและซ่อนเร้น ทั้งนี้ผู้ที่ได้กระทำผิดกาเมสุมิจฉาจารออกไปนั้น จะทำให้ได้รับผลหรือโทษอย่างเบาที่สุดเมื่อมาเกิดเป็นคนแล้วคือ
๑) มีผู้เกลียดชังมาก
๒) มีผู้คิดปองร้าย
๓) ขัดสนทรัพย์
๔) อดอยาก ยากจน
๕) เกิดเป็นผู้หญิง
๖) เกิดเป็นกะเทย
๗) เกิดในตระกูลต่ำ
๘) ได้รับความอับอายอยู่เสมอ
๙) ร่ายกายไม่สมประกอบ
๑๐) เป็นคนวิตกจริต
๑๑) พลัดพรากจากผู้ที่ตนรัก
๔. พูดเท็จ พูดไม่ตรงความจริง
หลายคนคงตั้งข้อสงสัยว่าการพูดไม่ปดนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะบางครั้งดูเหมือนจำเป็นต้องทำ เพราะอยู่ในหน้าที่การทำงานซึ่ง หาทางเลี่ยงไม่ได้ เช่น เมื่อรับโทรศัพท์แล้วมีคนต้องการพูดกับเจ้านาย แต่เจ้านายให้บอกว่าไม่อยู่ เช่นนี้แล้วถือว่าเป็นอกุศลกรรมหรือไม่ ? ถ้าเรามาไตร่ตรองให้รอบคอบ อาจเป็นเพราะเรายังไม่เคยทราบ ว่าเมื่อได้กระทำออกไปแล้วผลที่เราจะต้องได้รับเป็นอย่างไร ถ้าเราได้ ทราบผลที่จะเกิดและกลัวต่อผลนั่น ๆ เราจะต้องหาทางหลีกเลี่ยง ลด ละ เลิก การกระทำนั้นได้ดีที่สุด เพราะการที่เราได้พูดปดออกไปนั้นจะทำให้ เราต้องได้รับผลหรือโทษอย่างเบาที่สุดเมื่อมาเกิดเป็นคนแล้วคือ
๑) พูดไม่ชัด
๒) ฟันไม่เรียบ
๓) มีกลิ่นปากเหม็นรุนแรง
๔) ไอตัวร้อนจัด มีกลิ่นตัวแรง
๕) ตาไม่อยู่ในระดับปกติ
๖) พูดติดอ่าง พูดไม่สะดวก
๗) บุคลิกไม่สง่าผ่าเผย
๘)จิตจรวนเรคล้ายคนวิกลจริต
๕. พูดส่อเสียด พูดให้แตกแยก
หมายถึง พูดส่อเสียด พูดให้แตกแยก พูดพาดพิง พูดให้ร้ายฯ เมื่อเราได้กระทำออกไปนั้นจะทำให้เราต้องได้รับผลหรือโทษอย่างเบา ที่สุดเมื่อมาเกิดเป็นคนแล้วคือ
๑) ชอบตำหนิตนเอง
๒) มักถูกกล่าวหาโดยไม่เป็นจริง
๓) ถูกบัณฑิตติเตียน
๔) แตกกับมิตรสหาย
๖. พูดคำหยาบ ด่า สาปแช่ง
หมายถึง พูดคำหยาบ ด่าด้วยคำหยาบช้า ด่าพ่อล่อแม่ ด่า ประจาน สาปแช่งฯ เมื่อเราได้กระทำออกไปนั้นจะทำให้เราต้องได้รับ ผลหรือโทษอย่างเบาที่สุดเมื่อมาเกิดเป็นคนแล้วคือ
๑) มีกายและวาจาหยาบกระด้าง
๒) พินาศในทรัพย์
๓) ได้รับฟังแต่เรื่องไม่สบายใจ
๔) ตายด้วยอาการหลงใหล
๗. พูดเพ้อเจ้อ พูดไร้สาระ
หมายถึง พูดไม่มีเนื้อหา พูดเหลวไหล พูดเรื่อยเปื่อย พูดไม่ เป็นประโยชน์ฯ เมื่อเราได้กระทำออกไปนั้นจะทำให้เราต้องได้รับผลหรือ โทษอย่างเบาที่สุดเมื่อมาเกิดเป็นคนแล้ว คือ
๑) เป็นอธรรมวาทบุคคล
กล่าวคือ เป็นคนที่พูดมากและเรื่องราวที่พูด นั้นไร้สาระหาประโยชน์ไม่ได้ บางคนไม่ว่า ใครจะพูดอะไรก็พูดกับเขาได้ทุกเรื่อง มีการเพลิดเพลินในการพูด โดยไม่สนใจว่าคนอื่น เขาจะรู้สึกอย่างไร
๒) ไม่มีผู้เลื่อมใสในคำพูด
๓) เป็นคนไร้อำนาจ
๔) วิกลจริต
ทั้ง ๔ ประการที่กล่าวมาข้างต้นจัดเป็นวาจาทุจริต คือการสร้าง กรรมทางปากเป็นอกุศลกรรมหรือวจีกรรม เมื่อได้กระทำออกไปย่อมมี ผลตามมามากมาย ดังนั้น ในศีลห้าข้อที่ ๔ มุสาวาท ซึ่งหมายถึงเว้นขาด จากการพูดจาโป้ปดมดเท็จ เพราะฉะนั้นจะรักษาศีลข้อนี้ให้บริสุทธิ์นั้น ทั้งนี้ต้องรวมถึงการไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ เข้าไป ด้วยนั่นเอง
๘. เพ่งเล็งอยากได้เป็นเจ้าของ
หมายถึง ปรารถนาที่จะได้มาครอบครองเป็นเจ้าของ ไม่ว่าสิ่งนั้น เป็นบุคคลหรือทรัพย์สินสิ่งของ ความคิดเช่นนี้เป็นอกุศลกรรมทางใจ หรือมโนกรรม ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันให้เกิดการกระทำทุจริตในข้ออทินนา ทาน (ลักขโมย) มุสาวาท (พูดเท็จ) หรือกาเมสุมิจฉาจาร (ผิดประเวณี) ตามมา เมื่อมีความอยากได้อาจทำให้ต้องสร้างเรื่องโกหกขึ้นมาเพื่อให้ได้ สิ่งของนั้น หรือมีการหยิบฉวยเมื่อเจ้าของเผลอ หรือฉุดพรากลูกเมีย เขา เป็นต้น เมื่อเราได้กระทำออกไปนั้นจะทำให้เราต้องได้รับผลหรือ โทษอย่างเบาที่สุดเมื่อมาเกิดเป็นคนแล้ว คือ
๑) เสื่อมในทรัพย์และคุณงามความดี
๒) เกิดในตระกูลต่ำ
๓) ขัดสนในลาภสักการะ
๔) ได้รับคำติเตียนอยู่เสมอ
๙. ความคิดชั่วร้าย ผูกพยาบาท
หมายถึง ความคิดที่มุ่งร้ายต่อผู้อื่น มีความปรารถนาที่จะทำร้าย ผู้อื่น หรือทำลายประโยชน์และความสุขของผู้อื่นให้เสียไป เช่น เมื่อมี ความโกรธแค้นก็คิดพยาบาทหรืออาฆาต เป็นแรงผลักดันให้เกิดวาจา ทุจริตคือ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ และอาจผลักดันให้เกิดความทุจริต ทางกายตามมาคือ กาเมสุมิจฉาจาร หรือปาณาติบาต (โดยการหาวิธี การทำร้านให้ถึงแก่ชีวิต) เมื่อเราได้กระทำออกไปนั้นจะทำให้เราต้องได้รับ ผลหรือโทษอย่างเบาที่สุดเมื่อมาเกิดเป็นคนแล้ว คือ
๑) มีรูปกายทราม
๒) มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนอยู่เสมอ
๓) อายุสั้น
๔) ตายด้วยการถูกประหารชีวิต
๑๐. มิจฉาความคิด เห็นผิดเป็นชอบ
หมายถึง ความเห็นผิดจากความเป็นจริง คือ
๑) มีความเห็นว่าตายแล้วสูญ ทำอะไรก็ตาม ผลที่พึงได้รับย่อม ไม่มีคือ ทำดีไม่ได้ดี ทำชั่วไม่ได้ชั่ว คุณบิดามารดาไม่มี ผีสางเทวดาไม่มี
๒) มีความเห็นว่าผู้ที่กำลังได้รับความลำบากหรือความสุขสบาย ก็ตาม ล้วนเป็นไปเองทั้งสิ้น เป็นการปฏิเสธต้นเหตุผลกรรมโดยสิ้นเชิง
๓) มีความเห็นว่าการกระทำต่าง ๆ นั้น ไม่มีผลของบาปบุญคุณ โทษแต่ประการใด
เมื่อเราได้กระทำออกไปนั้นจะทำให้เราต้องได้รับผลหรือโทษอย่าง เบาที่สุดเมื่อมาเกิดเป็นคนแล้ว คือ
1. ห่างไกลต่อรัศมีพระธรรม
2. เกิดเป็นคนป่า
3. เป็นคนบ้าปัญญาทราม
4. มีฐานะทางจิตใจต่ำไม่ทัดเทียมผู้อื่น
อ้างอิง http://board.palungjit.com/f8/%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A8%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-10-%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%B4-10-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-215020.html
กุศลกรรมบท 10 ประการ
1. งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ที่มีชีวิตให้ตาย และไม่ใช้ให้ผู้อื่นฆ่า สร้างจิตให้เมตตารักใคร่คน และสัตว์ดิรัจฉาน มีความปรารถนาอย่างจริงใจที่จะให้คน มีความปราศจากทุกข์โดยทั่วหน้ากัน มีความกรุณาสงสารคนและสัตว์ผู้ประสบความทุกข์ยาก งดเว้นการเบียดเบียนให้คนและสัตว์เดือดร้อน เช่น ทำให้อวัยวะ มีแขน ขา เป็นต้น ของคนและสัตว์ให้หักหรือพิการ หรือทรมานสัตว์ให้ได้รับความเหนื่อยยากลำบาก มีมุทิตาพลอยยินดีในเมื่อคนและสัตว์ได้ดี มีลาภ มียศ มีความสุข ความเจริญ งดเว้นจากการอิจฉาริษยาคนและสัตว์ที่ดีกว่าตน และตั้งจิตเป็นอุเบกขาวางเฉย ในเมื่อประสบคนและสัตว์ที่ถึงความปิติ จนไม่สามารถจะช่วยได้ โดยพิจารณาว่าเป็นกรรมของคนและสัตว์นั้นเอง
2. งดเว้นจากการลักขโมยสิ่งของ ๆ คนและสัตว์ และไม่ใช้ให้ผู้อื่นลักขโมย ไม่หลอกลวงให้ผู้อื่นต้องเสียทรัพย์และชื่อเสียง
หมั่นบำเพ็ญทาน และสละทรัพย์ และสิ่งของให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น และสาธารณประโยชน์เสมอ ๆ เพื่อทำให้จิตใจบรรเทาเบาบางลงจากความตระหนี่ และความโลภอยากได้ของผู้อื่นมาเป็นของตน
3. งดเว้นจากการประพฤติผิดในกามทั้งหลาย คือ ไม่ข่มขืน ทำลามกอนาจาร ล่วงละเมิดสิทธิสตรีและบุรุษอื่น เรียกว่าไม่ทำชู้ในสามีและภรรยาของผู้อื่น พยายามถือสันโดษ ยินดีเฉพาะในภรรยาหรือสามีของตนเท่านั้น ไม่รักหญิงอื่นยิ่งกว่าภรรยาของตน
แม้สิ่งของใด ๆ ของใคร ๆ ก็ไม่ถือโอกาสเอาไปใช้ หรือแตะต้องก่อนได้รับอนุญาติจากเจ้าของ โดยถือหลักว่า “เมื่อไม่มีสิ่งที่ตัวชอบ จงชอบสิ่งที่ตัวมี”
4. งดเว้นจากการพูดเท็จ คือ ไม่พูดโกหกหลอกลวงให้ผู้อื่นเข้าใจผิดตามที่ตนพูด เช่น สิ่งใดที่เรารู้เราเห็น เมื่อเขาถาม เรากลับตอบว่าเราไม่รู้เราไม่เห็น และสิ่งใดที่เราไม่รู้ไม่เห็น แต่กลับตอบว่าเรารู้เราเห็น เป็นต้นเช่นนี้
พยายามพูดแต่คำที่สัตย์จริง หากคำใดเราเห็นว่าพูดออกไปแล้วแม้เป็นความจริง แต่จะทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น เราก็งดเสียไม่พูดเลย เพราะถ้าไม่พูดคำจริงเราก็พูดเท็จ อันเป็นการทำให้เราเสียกุศลกรรมบถอันนี้
5. งดเว้นจากการพูดส่อเสียด ได้แก่การฟังข้างนี้ แล้วเอาไปบอกข้างโน้น เพื่อจะทำลายข้างนี้ หรือได้ฟังข้างโน้นแล้วเอามาบอกข้างนี้ เพื่อจะทำลายข้างโน้น คือ มุ่งหมายยุยงให้เขาแตกจากกัน ทำลายความพร้อมเพรียงกัน
ส่งเสริมผู้ที่แตกกันแล้วให้แตกมากยิ่งขึ้น ยินดีเพลิดเพลินในความเป็นพรรคเป็นพวก เข้าข้างพวกโน้นบ้างพวกนี้บ้าง ทำพรรคต่อพรรคให้แตกจากกัน ตั้งใจพูดแต่คำที่จะสมานไมตรีเชื่อมโยงให้คนโน้นคนนี้มีความรักใคร่ นับถือกัน พูดให้พรรคต่อพรรคปรองดองกลมเกลียวสามัคคีกัน ถ้าเห็นว่าจะช่วยให้เขาสามัคคีกันไม่ได้ก็งดเสีย
6. งดเว้นจากการพูดวาจาหยาบคายที่เผ็ดร้อน ที่เป็นปม เป็นที่ขัดข้องของผู้อื่น เป็นที่ระคายหูของผู้ที่ได้ยินได้ฟัง ยิ่งเป็นคำด่าคำแช่ง แม้แต่กับสัตว์ดิรัจฉานก็ไม่ควรพูดเลย เพราะเป็นการส่อสันดานของตนเองว่าเป็นคนเลว
พยายามพูดแต่คำที่อ่อนหวาน เรียบร้อย นุ่มนวล ละมุนละไม เป็นที่พอใจชุ่มชื่นเบิกบานใจของผู้ที่ได้ยินได้ฟัง
7. งดเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ ได้แก่ งดการพูดในเวลาที่ไม่ควรพูด ในสถานที่ที่เขาไม่ต้องการให้เราพูด การพูดมากไปกว่าความจริง พูดไม่มีเหตุผล พูดวาจาไม่มีหลักฐาน ไม่พูดตามธรรมวินัย พูดไม่รู้จักหยุด แม้ไม่มีใครอยากฟังแล้วก็ยังพูดเรื่อยเปื่อยไปโดยไม่มีประโยชน์
ต้องใช้สติสัมปชัญญะในการพูดทุกครั้ง ถึงเป็นเรื่องจริงก็ต้องพูดให้ถูกกาลเทศะ พูดให้มีเหตุผลพอที่จะเชื่อถือได้ พูดให้ถูกตามธรรมตามวินัย พูดแต่พอเหมาะพอสมควรไม่ให้มากเกินเรื่องราวจนจับไม่ได้ว่าเรื่องอะไร ซึ่งเรียกว่า “พูดเป็นน้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง” หรือ “พูดกระบุงเอาสักกระบายไม่ได้” ดังนี้ ถ้าเห็นว่าพูดแล้วมีประโยชน์แก่ผู้ฟังจึงพูด ถ้าเห็นว่าพูดแล้วจะไม่มีประโยชน์เลยก็อย่าพูดเสียดีกว่า จงนึกถึงภาษิตโบราณไว้เสมอว่า
“อันดีชั่วสุดนิยมที่ลมปาก
จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา
จะถูกผิดเป็นมนุษย์เพราะพูดจา
จะเจรจาจงพิเคราะห์ให้เหมาะความ”
8. ไม่โลภอยากได้ของผู้อื่นมาเป็นของตน ได้แก่ เมื่อเห็นพัสดุอุปกรณ์เครื่องใช้สอย ทั้งที่มีวิญญาณ และไม่มีวิญญาณของผู้อื่นแล้ว แม้ตนจะชอบพอใจก็ไม่พยายามเพ่งว่า ขอให้สมบัติของผู้นั้นจงมาเป็นของเรา หรือครุ่นคิดแต่ในใจว่า ทำไฉนเราจึงจะได้ทรัพย์สมบัติของผู้นั้นหนอดังนี้
จงพยายามคิดให้เห็นว่า ทรัพย์สมบัติเครื่องใช้สอยอย่างดีเป็นอันมาก เกิดขึ้นแก่ผู้นั้นก็เพราะเขาได้ทำความดีเป็นบุญเป็นกุศลมาก่อน แม้ชาตินี้เราไม่เห็นเขาทำอะไร ก็คงเป็นเพราะเขาทำมาแล้วแต่อดีตชาติโน้น ผลจึงเกิดสนองให้เขาเป็นคนมั่งมีด้วยทรัพย์สมบัติอันน่าปลื้มใจ เช่นนั้นถ้าเราไปโลภอยากได้ของเขา จะทำให้เกิดเป็นบาปแก่ใจ คือเป็นสนิมเกาะกินจิตใจของเราเหมือนสนิมอันเกิดแก่เหล็ก และเกาะกินเนื้อเหล็กฉะนั้น ทำให้จิตใจของเรากร่อนอ่อนกำลังลงไม่สามารถจะทำความดีอย่างอื่นได้
ควรพยายามแสดงมุทิตาจิตพลอยยินดีต่อผู้นั้น แล้วพยายามบำเพ็ญบุญกุศล เช่นให้ทาน เสียสละความโลภของตนให้เบาบางลง และขวนขวายช่วยเหลือผู้อื่นในการทำความดีเป็นต้น ผลจะบังเกิดแก่ตนเองในภายหลัง
9. ไม่พยาบาทปองร้ายเขา คือ ไม่คิดอยากให้ผู้อื่นเดือดร้อน ไม่จองเวรต่อสัตว์และคนอื่น ไม่ตั้งใจที่จะให้ใคร ๆ เป็นผู้ฉิบหาย หรือวิบัติด้วยประการใด
แม้จะโกรธเคืองใครบ้าง โดยที่เขามาทำอะไรให้เสียหาย หรือมาด่าว่าให้เกิดความเจ็บช้ำน้ำใจ ก็ไม่อาจอาฆาตพยาบาทจองเวรผู้นั้นต่อไปอีก เช่น เขามาทำร้ายเราก็ให้คิดเสียว่า เพราะเราระวังตัวไม่ดีหรือเพราะเราเคยทำร้ายให้เขาเดือดร้อนมาก่อนแล้ว กรรมจึงติดตามมาสนองเรา ขอให้เป็นการใช้หนี้
กรรมกันสุดสิ้นแต่เพียงชาตินี้เถิด หรือเขามาโกงเงินเรา โดยยืมไปแล้วไม่ใช้คืน หรือเข้าหุ้นกันแล้วเขาโกงไปเสีย เช่นนี้จงคิดว่าเราเคยโกงเขามาแล้วในชาติก่อนโน้น เขาจึงโกงเอาคืนไป ขอให้สิ้นสุดเวรกรรมกันเสียที ตั้งใจแผ่เมตตาให้เขาเหล่านั้นจงเป็นผู้มีความสุขปราศจากทุกข์ มีความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไปเถิด อย่าพยาบาทจองเวรซึ่งกันและกันเลย พิจารณาให้เห็นโทษว่า การพยาบาทนั้นมันทำให้เราเดือดร้อนกระวนกระวาย กระสับกระส่ายเป็นทุกข์ใจไปคนเดียว เราเป็นผู้ขาดทุนคนเดียวแท้ ๆ จักผ่อนคลายความพยาบาทลงได้มากทีเดียว หรือคิดให้เห็นว่า ความพยาบาทนี้หากจองเวรกันตลอดไปแล้วย่อมไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนงูเห่ากับพังพอน
10. เห็นชอบตามทำนองคลองธรรม ได้แก่ เห็นว่าบุญมีจริงบาปมีจริง ผลของบุญมี ผลของบาปมี คนทำดีย่อมได้ดี คนทำชั่วย่อมได้ชั่ว นรกมี สวรรค์มี และนิพพานก็มี โลกนี้โลกอื่นมี ชาตินี้ชาติหน้ามี
สัตว์ที่ยังมีกิเลสทำกรรมไว้ ตายแล้วย่อมต้องเกิดเสวยผลของกรรมนั้นอีก ผู้ที่ไม่มีกิเลสอันเป็นเหตุให้ทำกรรมมีจิตสงบบริสุทธิ์หมดจดตายแล้วย่อมไม่ต้องเกิดอีก เพราะหมดเหตุหมดปัจจัยอันจะทำให้เกิดแล้ว
จงระวังอย่าให้จิตเห็นผิดว่านรกไม่มี สวรรค์ไม่มี นิพพานไม่มี ทำบุญไม่ได้บุญ ทำบาปไม่ได้บาป คนจะดีชั่วก็ดีเองชั่วเอง พ่อแม่ไม่มีตายแล้วก็สูญ เกิดมาแล้วต้องกินให้เต็มที่ สนุกให้เต็มที่ ดังนี้
อ้างอิง http://www.bcoms.net/buddhism/detail.asp?id=170
2. งดเว้นจากการลักขโมยสิ่งของ ๆ คนและสัตว์ และไม่ใช้ให้ผู้อื่นลักขโมย ไม่หลอกลวงให้ผู้อื่นต้องเสียทรัพย์และชื่อเสียง
หมั่นบำเพ็ญทาน และสละทรัพย์ และสิ่งของให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น และสาธารณประโยชน์เสมอ ๆ เพื่อทำให้จิตใจบรรเทาเบาบางลงจากความตระหนี่ และความโลภอยากได้ของผู้อื่นมาเป็นของตน
3. งดเว้นจากการประพฤติผิดในกามทั้งหลาย คือ ไม่ข่มขืน ทำลามกอนาจาร ล่วงละเมิดสิทธิสตรีและบุรุษอื่น เรียกว่าไม่ทำชู้ในสามีและภรรยาของผู้อื่น พยายามถือสันโดษ ยินดีเฉพาะในภรรยาหรือสามีของตนเท่านั้น ไม่รักหญิงอื่นยิ่งกว่าภรรยาของตน
แม้สิ่งของใด ๆ ของใคร ๆ ก็ไม่ถือโอกาสเอาไปใช้ หรือแตะต้องก่อนได้รับอนุญาติจากเจ้าของ โดยถือหลักว่า “เมื่อไม่มีสิ่งที่ตัวชอบ จงชอบสิ่งที่ตัวมี”
4. งดเว้นจากการพูดเท็จ คือ ไม่พูดโกหกหลอกลวงให้ผู้อื่นเข้าใจผิดตามที่ตนพูด เช่น สิ่งใดที่เรารู้เราเห็น เมื่อเขาถาม เรากลับตอบว่าเราไม่รู้เราไม่เห็น และสิ่งใดที่เราไม่รู้ไม่เห็น แต่กลับตอบว่าเรารู้เราเห็น เป็นต้นเช่นนี้
พยายามพูดแต่คำที่สัตย์จริง หากคำใดเราเห็นว่าพูดออกไปแล้วแม้เป็นความจริง แต่จะทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น เราก็งดเสียไม่พูดเลย เพราะถ้าไม่พูดคำจริงเราก็พูดเท็จ อันเป็นการทำให้เราเสียกุศลกรรมบถอันนี้
5. งดเว้นจากการพูดส่อเสียด ได้แก่การฟังข้างนี้ แล้วเอาไปบอกข้างโน้น เพื่อจะทำลายข้างนี้ หรือได้ฟังข้างโน้นแล้วเอามาบอกข้างนี้ เพื่อจะทำลายข้างโน้น คือ มุ่งหมายยุยงให้เขาแตกจากกัน ทำลายความพร้อมเพรียงกัน
ส่งเสริมผู้ที่แตกกันแล้วให้แตกมากยิ่งขึ้น ยินดีเพลิดเพลินในความเป็นพรรคเป็นพวก เข้าข้างพวกโน้นบ้างพวกนี้บ้าง ทำพรรคต่อพรรคให้แตกจากกัน ตั้งใจพูดแต่คำที่จะสมานไมตรีเชื่อมโยงให้คนโน้นคนนี้มีความรักใคร่ นับถือกัน พูดให้พรรคต่อพรรคปรองดองกลมเกลียวสามัคคีกัน ถ้าเห็นว่าจะช่วยให้เขาสามัคคีกันไม่ได้ก็งดเสีย
6. งดเว้นจากการพูดวาจาหยาบคายที่เผ็ดร้อน ที่เป็นปม เป็นที่ขัดข้องของผู้อื่น เป็นที่ระคายหูของผู้ที่ได้ยินได้ฟัง ยิ่งเป็นคำด่าคำแช่ง แม้แต่กับสัตว์ดิรัจฉานก็ไม่ควรพูดเลย เพราะเป็นการส่อสันดานของตนเองว่าเป็นคนเลว
พยายามพูดแต่คำที่อ่อนหวาน เรียบร้อย นุ่มนวล ละมุนละไม เป็นที่พอใจชุ่มชื่นเบิกบานใจของผู้ที่ได้ยินได้ฟัง
7. งดเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ ได้แก่ งดการพูดในเวลาที่ไม่ควรพูด ในสถานที่ที่เขาไม่ต้องการให้เราพูด การพูดมากไปกว่าความจริง พูดไม่มีเหตุผล พูดวาจาไม่มีหลักฐาน ไม่พูดตามธรรมวินัย พูดไม่รู้จักหยุด แม้ไม่มีใครอยากฟังแล้วก็ยังพูดเรื่อยเปื่อยไปโดยไม่มีประโยชน์
ต้องใช้สติสัมปชัญญะในการพูดทุกครั้ง ถึงเป็นเรื่องจริงก็ต้องพูดให้ถูกกาลเทศะ พูดให้มีเหตุผลพอที่จะเชื่อถือได้ พูดให้ถูกตามธรรมตามวินัย พูดแต่พอเหมาะพอสมควรไม่ให้มากเกินเรื่องราวจนจับไม่ได้ว่าเรื่องอะไร ซึ่งเรียกว่า “พูดเป็นน้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง” หรือ “พูดกระบุงเอาสักกระบายไม่ได้” ดังนี้ ถ้าเห็นว่าพูดแล้วมีประโยชน์แก่ผู้ฟังจึงพูด ถ้าเห็นว่าพูดแล้วจะไม่มีประโยชน์เลยก็อย่าพูดเสียดีกว่า จงนึกถึงภาษิตโบราณไว้เสมอว่า
“อันดีชั่วสุดนิยมที่ลมปาก
จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา
จะถูกผิดเป็นมนุษย์เพราะพูดจา
จะเจรจาจงพิเคราะห์ให้เหมาะความ”
8. ไม่โลภอยากได้ของผู้อื่นมาเป็นของตน ได้แก่ เมื่อเห็นพัสดุอุปกรณ์เครื่องใช้สอย ทั้งที่มีวิญญาณ และไม่มีวิญญาณของผู้อื่นแล้ว แม้ตนจะชอบพอใจก็ไม่พยายามเพ่งว่า ขอให้สมบัติของผู้นั้นจงมาเป็นของเรา หรือครุ่นคิดแต่ในใจว่า ทำไฉนเราจึงจะได้ทรัพย์สมบัติของผู้นั้นหนอดังนี้
จงพยายามคิดให้เห็นว่า ทรัพย์สมบัติเครื่องใช้สอยอย่างดีเป็นอันมาก เกิดขึ้นแก่ผู้นั้นก็เพราะเขาได้ทำความดีเป็นบุญเป็นกุศลมาก่อน แม้ชาตินี้เราไม่เห็นเขาทำอะไร ก็คงเป็นเพราะเขาทำมาแล้วแต่อดีตชาติโน้น ผลจึงเกิดสนองให้เขาเป็นคนมั่งมีด้วยทรัพย์สมบัติอันน่าปลื้มใจ เช่นนั้นถ้าเราไปโลภอยากได้ของเขา จะทำให้เกิดเป็นบาปแก่ใจ คือเป็นสนิมเกาะกินจิตใจของเราเหมือนสนิมอันเกิดแก่เหล็ก และเกาะกินเนื้อเหล็กฉะนั้น ทำให้จิตใจของเรากร่อนอ่อนกำลังลงไม่สามารถจะทำความดีอย่างอื่นได้
ควรพยายามแสดงมุทิตาจิตพลอยยินดีต่อผู้นั้น แล้วพยายามบำเพ็ญบุญกุศล เช่นให้ทาน เสียสละความโลภของตนให้เบาบางลง และขวนขวายช่วยเหลือผู้อื่นในการทำความดีเป็นต้น ผลจะบังเกิดแก่ตนเองในภายหลัง
9. ไม่พยาบาทปองร้ายเขา คือ ไม่คิดอยากให้ผู้อื่นเดือดร้อน ไม่จองเวรต่อสัตว์และคนอื่น ไม่ตั้งใจที่จะให้ใคร ๆ เป็นผู้ฉิบหาย หรือวิบัติด้วยประการใด
แม้จะโกรธเคืองใครบ้าง โดยที่เขามาทำอะไรให้เสียหาย หรือมาด่าว่าให้เกิดความเจ็บช้ำน้ำใจ ก็ไม่อาจอาฆาตพยาบาทจองเวรผู้นั้นต่อไปอีก เช่น เขามาทำร้ายเราก็ให้คิดเสียว่า เพราะเราระวังตัวไม่ดีหรือเพราะเราเคยทำร้ายให้เขาเดือดร้อนมาก่อนแล้ว กรรมจึงติดตามมาสนองเรา ขอให้เป็นการใช้หนี้
กรรมกันสุดสิ้นแต่เพียงชาตินี้เถิด หรือเขามาโกงเงินเรา โดยยืมไปแล้วไม่ใช้คืน หรือเข้าหุ้นกันแล้วเขาโกงไปเสีย เช่นนี้จงคิดว่าเราเคยโกงเขามาแล้วในชาติก่อนโน้น เขาจึงโกงเอาคืนไป ขอให้สิ้นสุดเวรกรรมกันเสียที ตั้งใจแผ่เมตตาให้เขาเหล่านั้นจงเป็นผู้มีความสุขปราศจากทุกข์ มีความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไปเถิด อย่าพยาบาทจองเวรซึ่งกันและกันเลย พิจารณาให้เห็นโทษว่า การพยาบาทนั้นมันทำให้เราเดือดร้อนกระวนกระวาย กระสับกระส่ายเป็นทุกข์ใจไปคนเดียว เราเป็นผู้ขาดทุนคนเดียวแท้ ๆ จักผ่อนคลายความพยาบาทลงได้มากทีเดียว หรือคิดให้เห็นว่า ความพยาบาทนี้หากจองเวรกันตลอดไปแล้วย่อมไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนงูเห่ากับพังพอน
10. เห็นชอบตามทำนองคลองธรรม ได้แก่ เห็นว่าบุญมีจริงบาปมีจริง ผลของบุญมี ผลของบาปมี คนทำดีย่อมได้ดี คนทำชั่วย่อมได้ชั่ว นรกมี สวรรค์มี และนิพพานก็มี โลกนี้โลกอื่นมี ชาตินี้ชาติหน้ามี
สัตว์ที่ยังมีกิเลสทำกรรมไว้ ตายแล้วย่อมต้องเกิดเสวยผลของกรรมนั้นอีก ผู้ที่ไม่มีกิเลสอันเป็นเหตุให้ทำกรรมมีจิตสงบบริสุทธิ์หมดจดตายแล้วย่อมไม่ต้องเกิดอีก เพราะหมดเหตุหมดปัจจัยอันจะทำให้เกิดแล้ว
จงระวังอย่าให้จิตเห็นผิดว่านรกไม่มี สวรรค์ไม่มี นิพพานไม่มี ทำบุญไม่ได้บุญ ทำบาปไม่ได้บาป คนจะดีชั่วก็ดีเองชั่วเอง พ่อแม่ไม่มีตายแล้วก็สูญ เกิดมาแล้วต้องกินให้เต็มที่ สนุกให้เต็มที่ ดังนี้
อ้างอิง http://www.bcoms.net/buddhism/detail.asp?id=170
วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
อาชีพสถาปนิก
สถาปนิก
ความหมายของสถาปนิก
สถาปนิก คือบุคคลผู้เกี่ยวข้องในการออกแบบ และ วางแผน ในการก่อสร้าง หรือที่เรียกว่างานสถาปัตยกรรม โดยสถาปนิก จะเป็นผู้ที่เข้าใจในมาตรฐานการก่อสร้างของอาคาร เข้าใจถึงหน้าที่ใช้สอยของอาคารนั้น รวมถึงวัสดุที่จะนำมาเป็นส่วนประกอบของสิ่งก่อสร้างนั้น สถาปนิกจำเป็นต้องได้รับการศึกษาทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม ถึงจะสามารถทำงานในวิชาชีพสถาปนิกได้ ซึ่งคล้ายกับการทำงานในสาขาวิชาชีพอื่น
จรรยาบรรณของสถาปนิก
1. ต้องทำงานโดยซื่อสัตย์ ไม่ทิ้งงานหากไม่มีเหตุอันควร
2. ห้ามใช้แบบที่เคยออกแบบมาแล้วให้คนอื่น ยกเว้นเจ้าของเดิมจะอนุญาต
3. ไม่ตรวจงานสถาปนิกอื่น เว้นแต่จะแจ้งให้สถาปนิกนั้นทราบก่อน
4. ไม่หางานโดยลดหรือประกวดค่าแบบ
5. ไม่แย่งงานสถาปนิกอื่น
6. ห้ามกินค่าคอมมิชชั่น
** ถ้าสถาปนิกไม่ทำตามก็จะมีโทษจากคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพ
ลักษณะงาน
ออกแบบอาคารประเภทต่างๆให้สวยงาม และสอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ กฎหมาย ประยุกต์ใช้ความรู้ ความสามารถ ทั้งทางศิลปะและเทคนิค โดยคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและประหยัด ทั้งในด้านราคาค่าก่อสร้างและพลังงานสนองความต้องการของผู้อาศัย และผู้ใช้อาคาร ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่โดยรวมดีขึ้น และไม่กระทบให้เป็นผลเสียของส่วนรวม
คุณลักษณะของผู้ประกอบอาชีพ
1. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่ดี
2. มีการทำงานที่มีระบบ3. ละเอียดรอบคอบต่องานที่ทำ เพราะเป็นงานที่ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัย
4. ใจกว้างยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นและมีมนุษยสัมพันธ์
5. คำนึงถึงงานสร้างสรรค์ที่มีคุณภาพมากกว่าค่าตอบแทน
6. เข้าใจในระบบเศรษฐกิจและการตลาด เพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ
7. รักและเสียสละ เพื่อพัฒนาท้องที่ในต่างจังหวัด
8. ต้องมีรสนิยมทางศิลปะที่ดี และรู้จักพัฒนารสนิยมให้เป็นที่ยอมรับของสังคม
9. คำนึงถึงผลกระทบที่มีแต่เมือง และสภาพแวดล้อม รวมถึงสภาพสังคม วัฒนธรรมของท้องถิ่น
โอกาสก้าวหน้าในอาชีพ
1. รับราชการในหน่วยงานต่างๆในตำแหน่งสถาปนิก ผู้ช่วยสถาปนิก หรือเป็นที่ปรึกษาด้านสถาปัตยกรรม ครู-อาจารย์
2. ทำงานในบริษัทสถาปนิกต่างๆของเอกชน และองค์การระหว่างประเทศ
3. ประกอบอาชีพส่วนตัว4. ศึกษาต่อระดับปริญญาโท-เอก
แหล่งอ้างอิง
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=332505
http://www.thairemap.com/atc/index/66
http://202.29.138.73/gi/profachit.html
ความหมายของสถาปนิก
สถาปนิก คือบุคคลผู้เกี่ยวข้องในการออกแบบ และ วางแผน ในการก่อสร้าง หรือที่เรียกว่างานสถาปัตยกรรม โดยสถาปนิก จะเป็นผู้ที่เข้าใจในมาตรฐานการก่อสร้างของอาคาร เข้าใจถึงหน้าที่ใช้สอยของอาคารนั้น รวมถึงวัสดุที่จะนำมาเป็นส่วนประกอบของสิ่งก่อสร้างนั้น สถาปนิกจำเป็นต้องได้รับการศึกษาทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม ถึงจะสามารถทำงานในวิชาชีพสถาปนิกได้ ซึ่งคล้ายกับการทำงานในสาขาวิชาชีพอื่น
จรรยาบรรณของสถาปนิก
1. ต้องทำงานโดยซื่อสัตย์ ไม่ทิ้งงานหากไม่มีเหตุอันควร
2. ห้ามใช้แบบที่เคยออกแบบมาแล้วให้คนอื่น ยกเว้นเจ้าของเดิมจะอนุญาต
3. ไม่ตรวจงานสถาปนิกอื่น เว้นแต่จะแจ้งให้สถาปนิกนั้นทราบก่อน
4. ไม่หางานโดยลดหรือประกวดค่าแบบ
5. ไม่แย่งงานสถาปนิกอื่น
6. ห้ามกินค่าคอมมิชชั่น
** ถ้าสถาปนิกไม่ทำตามก็จะมีโทษจากคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพ
ลักษณะงาน
ออกแบบอาคารประเภทต่างๆให้สวยงาม และสอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ กฎหมาย ประยุกต์ใช้ความรู้ ความสามารถ ทั้งทางศิลปะและเทคนิค โดยคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและประหยัด ทั้งในด้านราคาค่าก่อสร้างและพลังงานสนองความต้องการของผู้อาศัย และผู้ใช้อาคาร ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่โดยรวมดีขึ้น และไม่กระทบให้เป็นผลเสียของส่วนรวม
คุณลักษณะของผู้ประกอบอาชีพ
1. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่ดี
2. มีการทำงานที่มีระบบ3. ละเอียดรอบคอบต่องานที่ทำ เพราะเป็นงานที่ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัย
4. ใจกว้างยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นและมีมนุษยสัมพันธ์
5. คำนึงถึงงานสร้างสรรค์ที่มีคุณภาพมากกว่าค่าตอบแทน
6. เข้าใจในระบบเศรษฐกิจและการตลาด เพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ
7. รักและเสียสละ เพื่อพัฒนาท้องที่ในต่างจังหวัด
8. ต้องมีรสนิยมทางศิลปะที่ดี และรู้จักพัฒนารสนิยมให้เป็นที่ยอมรับของสังคม
9. คำนึงถึงผลกระทบที่มีแต่เมือง และสภาพแวดล้อม รวมถึงสภาพสังคม วัฒนธรรมของท้องถิ่น
โอกาสก้าวหน้าในอาชีพ
1. รับราชการในหน่วยงานต่างๆในตำแหน่งสถาปนิก ผู้ช่วยสถาปนิก หรือเป็นที่ปรึกษาด้านสถาปัตยกรรม ครู-อาจารย์
2. ทำงานในบริษัทสถาปนิกต่างๆของเอกชน และองค์การระหว่างประเทศ
3. ประกอบอาชีพส่วนตัว4. ศึกษาต่อระดับปริญญาโท-เอก
แหล่งอ้างอิง
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=332505
http://www.thairemap.com/atc/index/66
http://202.29.138.73/gi/profachit.html
วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2554
คณะผู้จัดทำ
1.น.ส.สมฤทัย ศรีแก้ว ชั้น พณ.2/12 เลขที่ 22
2.น.ส.ศศิธร แสงศรีเรือง ชั้น พณ.2/12 เลขที่ 21
ยี่ห้อของ CPU
Core i7 Extreme 965

1. Intel Core i7 Extreme 965 - อันดับหนึ่งของสุดยอด CPU ก็คงต้องยกให้กับ Intel Core i7 Extreme 965 ไป เพราะถือว่าเป็นสุดยอด CPU ที่แรงและเร็วที่สุดแล้วสำหรับตลาดเดสก์ท็อปในตอนนี้ ด้วยสถาปัตยกรรมการออกแบบ Intel Core Micro-Architecture ใหม่ โดยการออกแบบใหม่นี้จะอยู่ภายใต้สถาปัตยกรรมโมดูลที่ชื่อว่า Modularity ด้วยการแบ่งส่วนประกอบภายในออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนของ Core และ Uncore พร้อมด้วยระบบการเชื่อมต่อบัสแบบใหม่ที่ชื่อว่า QPI Links (มีความเร็วในการทำงาน 3 ระดับ คือ 6.4GT/s, 5.6GT/s, 4.8GT/s) สำหรับซีพียูตัวนี้มีความเร็วในการทำงานของสัญญาณนาฬิกาอยู่ที่ 3.2GHz, บริโภคพลังงานต่ำเพียง 1.2 โวลต์, มีคอนโทรลเลอร์หน่วยความจำ DDR3 ภายใน ที่สนับสนุนหน่วยความจำแบบ Triple Channel และแคชระดับ 3 มากถึง 8MB (L3 Cache)
Core i7 – 940

2. Intel Core i7 940 - สุดยอด CPU ในตระกูล Nehalem ตัวรองจาก Corei7 Extreme มีคุณสมบัติโดยรวมที่เหมือนกันแทบทุกประการด้วยโครงสร้าง Intel Core Micro-Architecture เดียวกัน โดนตัดทอนคุณสมบัติบางอย่างไปบ้างเพื่อเป็นการเพิ่มช่องว่างในด้านของราคาจำหน่ายที่ช็อคคนซื้อ เพราะมีราคาขายเพียง 20,000 บาทต้นๆ เท่านั้น ซึ่งเป็นราคาที่ถูกว่า Intel Core 2 Extreme 9770 (ท็อปสุดในแพลตฟอร์ม LGA775) อยู่เกือบครึ่งต่อครึ่ง ด้วยประสิทธิภาพที่เหนือกว่าค่อนข้างชัดเจน CPU ตัวนี้มีความเร็วในการทำงานที่ 2.93GHz, ทำงานร่วมกับระบบ QPI Links ที่ความเร็ว 4.8GT/s มีคอนโทรลเลอร์หน่วยความจำ DDR3 ภายในที่สนับสนุนหน่วยความจำแบบ Triple Channel และแคชระดับ 3 มากถึง 8MB (L3 Cache)
Core i7 – 920
3. Intel Core i7 920 - น้องเล็กสุดในตระกูล Nehalem มีความเร็วในการทำงานที่ 2.66GHz, ทำงานร่วมกับระบบ QPI Links ที่ความเร็ว 4.8GT/s มีคอนโทรลเลอร์หน่วยความจำ DDR3 ภายในที่สนับสนุนหน่วยความจำแบบ Triple Channel และแคชระดับ 3 มากถึง 8MB (L3 Cache) ให้ความคุ้มค่ากว่าซีพียูทุกรุ่นในตระกูลเดียวกัน ด้วยราคาจำหน่ายที่ต่ำเพียง 10,000 บาทต้นๆ ซึ่งมีราคาที่ถูกว่า Core 2 Quad Q9550 เสียอีก แต่ให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังประกอบเครื่อง ที่อยากจะใช้งานแพลตฟอร์มใหม่
ที่มา http://beta.i3.in.th/content/view/192
รุ่นของเมนบอร์ด
Asus P5KPL-AM/PS
ในหน้านี้คุณจะได้พบกับ: › ราคา › รายละเอียด › สินค้าคล้ายกัน

อันดับที่ 1 ในหมวด "Mainboard". รายละเอียด ซีพียู : - Intel® Socket 775 for Intel® Core™2 Extreme/Core™2 Quad / Core™2 Duo / Pentium® D / Pentium® 4 / Celeron® D / Celeron® Processors เพิ่มเติมรายละเอียด
ซีพียู : - Intel® Socket 775 for Intel® Core™2 Extreme/Core™2 Quad / Core™2 Duo / Pentium® D / Pentium® 4 / Celeron® D / Celeron® Processors
- Compatible with Intel® 05B/05A/06 processors
- Intel® Hyper-Threading Technology ready
ชิปเซ็ต : Intel® G31 Intel ICH7
หน่วยความจำ : - 2 x DIMM, Max. 4 GB, DDR2 1066(O.C.)/800/667 Non-ECC,Un-buffered Memory
- Dual Channel memory architecture
BIOS : - 8 Mb Flash ROM
- DMI 2.0
- AMI BIOS
- PnP
- WfM 2.0
- SM BIOS 2.5
- ACPI 2.0
กราฟฟิก : - Integrated Intel Graphics Media Accelerator (Intel® GMA 3100)
- Max. resolution:2048x1536X32bpp, Horizontal:127.5KHz Vertical:85Hz
เสียง : - Realtek ALC662 6 -Channel High-Definition Audio CODEC
- Anti-Pop Function
- Jack-detect & Multi-Streaming
- Support S/PDIF Out connector
LAN : Realtek RTL8111C Gigabit LAN
การเชื่อมต่อ : - 1 x PCIe x16
- 1 x PCIe x1
- 2 x PCI
- 1 x PS/2 Keyboard
- 1 x PS/2 Mouse
- 1 x VGA
- 1 x COM
- 1 x Parallel port
- 1 x LAN (RJ45) port
- 4 x USB 2.0
- 6 Channel Audio I/O
- 2 x USB connectors support additional 4 USB ports
- 1 x internal speaker connector
- 1 x CPU Fan connector
- 1 x High Definition front panel audio connector
- 1 x S/PDIF Out connector
- 1 x CD audio-in connector
- 24-pin EPS 12V Power connector
- 4-pin ATX 12V Power connector
- 1 x System panel connector
- 1 x COM connector
คุณสมบัติเพิ่มเติมอื่นๆ : - Front Side Bus 1600*/1333/1066/800 MHz *Overclock speed
- Form Factor : uATX Form Factor 9.6 inch x 8.35 inch ( 24.5 cm x 21.2 cm )
ข้อมูลทั่วไป
สินค้าถูกระบุไว้ตั้งแต่: 12.11.2008
ผู้ผลิต: Asus, th.asus.com, อื่นๆ Asus Mainboard
Asus P5VDC-X Socket 775
ในหน้านี้คุณจะได้พบกับ: › วิจารณ์สินค้า › รายละเอียด › สินค้าคล้ายกัน

อันดับที่ 2 ในหมวด "Mainboard". P5VDC-X Socket 775 Intel LGA775 Pentium 4 CPU/Dual-Core CPU/64-bit CPU support เมนบอร์ดสามารถรองรับการทำงานข อง Intel LGA775 Pentium 4 , Dual-core CPU , ซึ่งรองรับการทำงานของสถาปัตยกรรมทั้งแบบ 64 เพิ่มเติม
รายละเอียด / อย่างย่อ
P5VDC-X Socket 775
Intel LGA775 Pentium 4 CPU/Dual-Core CPU/64-bit CPU support
เมนบอร์ดสามารถรองรับการทำงานของ Intel LGA775 Pentium 4 , Dual-core CPU , ซึ่งรองรับการทำงานของสถาปัตยกรรมทั้งแบบ 64 bit และ 32 bit ประกอบด้วยฟีลเจอร์ FSB 1066/800/533 MHz , เทคโนโลยี Hyper Threading , L2 cache , และ core ความเร็วสูงถึง 3.8 GHz ซึ่งเมนบอร์ดนี้ทำให้ระบบมีประสิทธิภาพสูงขึ้น , หน่วยความจำที่เร็วกว่า
Support Intel® 65nm Dual-Core CPU
เมนบอร์ดนี้รองรับการทำงานของ Intel 65nm Pentium D / Intel Pentium 4 / Celeron Processors ซึ่งเมนบอร์ด ASUS ถือเป็นเมนบอร์ดที่จะทำให้ตัวประมวลผลมีประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มมากขึ้น
PCI Express & AGP8X Combo Design
เมนบอร์ดนี้รองรับการทำงานของ PCI Express X16 และ AGP 8X slot ซึ่งจะทำให้มีความยืดหยุ่นในการ upgrade การ์ดจอ โดย PCI Express X16 จะวิ่งที่ความเร็ว X4 และมีแบนวิธที่สูงถึง 2 GB/s
Dual-Channel DDR2 & DDR
รองรับการทำงานของ 2 x DDR2 และ 2 x DDR DIMM slot , และสถาปัตยกรรมแบบ Dual-channel ซึ่งจะทำให้แบนวิธมีหน่วยความจำสูงถึง 8.6 GB/s สำหรับ DDR2 หรือ 6.4 GB/s สำหรับ DDR
Serial ATA RAID
เมนบอร์ดนี้รองรับการทำงานของฮาร์ดดิส Serial ATA (SATA) ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ของฮาร์ดดิส ซึ่งจะทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นและมี bus bandwidth แบบ high speed ซึ่งสามารถรับส่งและบันทึกข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และ on board VIA VT8237A Southbridge ทำให้ RAID 0 , RAID 1 , RAID 0+1 และ JBOD สามารถใช้งานร่วมกับ 4 SATA 3 Gb/s ได้อย่างดี
10/100 Mbps LAN Supports
เชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายของคุณหรือเชื่อมต่อ broadband ได้อย่างง่ายดายด้วย onboard LAN , ซึ่งคุณสามารถเล่นเกมส์ออนไลน์ได้โดยไม่ต้องซื้อการ์ด LAN เพิ่มเติม
SoundMAX High Definition Audio
SoundMAX ถือว่ามีประสิทธิภาพที่สูงที่สุด , ถือว่าเป็นโซลูชั่นสำหรับ PC Audio เพื่องานทางด้านธุรกิจ , นักดนตรี และเกมเมอร์ ด้วยคุณภาพเสียงแบบ Crystal-clear จากเครื่องเล่น Audio , MP3 , Home theatre , gaming ซึ่งคุณไม่ต้องกังวล เพราะว่า SoundMAX จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณมีประสิทธิภาพสูงที่สุด
ข้อมูลทั่วไป
สินค้าถูกระบุไว้ตั้งแต่: 12.12.2006
ผู้ผลิต: Asus, th.asus.com, อื่นๆ Asus Mainboard
บอร์ดตัวนี้ P5 VDC-X ค่อนข้างดีสำหรับว้ทดสอบอุปกรณ์ Handware ต่าง ๆ, 25.11.2008
บอร์ดตัวนี้ P5VDC-X มีดีเกือบทุกอย่างครับ เพราะ (ตามข้อขวามข้างล่าง)
1. แรมใส่ได้ทั้งสองชนิด คือ
1.1 DDR I ใส่ได้ถึง 2 GB ต่อ 1ช่อง (แถมวิ่งได้แบบ Dual ) ด้วยครับ
1.2 DDR II ใสได้ถึง 2 GB ต่อ 1 ช่องเช่นกัน ใช้ แรม DDR II 400 533 667 800 ได้หมดครับ แต่ข้อเสียคือ ถ้าใช้ 667 800 นั้นต้องทำการ
คั้งไบออส ให้ แรม วิ่งที่ 533 เท่านั้น ครับ ไม่อย่างงั้น เครื่อง จะ Hank บ่อย (เจอมากับตัวนะ) ลง Windows ไม่ผ่านครับ
2.VGA ใส่ได้ 2 อย่าง คื่อ
2.1 VGA แบบ AGP X8 ครับ (เยี่ยมมาก)
2.2 VGA แบบ PCIX ครับ แต่ข้อด้อยคือ PCI-X16 นั้นมันสามารถวิ่งเต็มที่ที่ 4X เท่านั้นครับ แต่ที่ผมใช้อยู่ คือ PCI-X ของ INNo 7300 GT
DDRII 256 เล่นเกมส์สบายครับไม่ค่อยแตกต่างกับ 16X เท่าไรนักครับ (บอร์ดใส่กับ เซเลรอน D 331 วิ่งที่ 3 GHz Clock จาก 2.66GHz)
3.ฮาร์ดดิส สามารถใสได้ 2 แบบ เช่นเดียวกันครับ
3.1 ฮาร์ดดิส แบบ IDE ใส่ได้สูงสุดถึง 4 ตัวครับ ความเร็วสูงสุดในการรับส่งข้อมูล ATA 133 ครับ
3.2 ฮาร์ดดิส แบบ SATA ใส่ได้ สูงสุด 2 ตัวครับ ความเร็วสูงสุดในการรับส่งข้อมูล 150 MB/S เท่านั้นครับ (แต่เอา ฮาร์ดดิส SATA II มาใส่ได้นะ
ครับ) ข้อด้อยคือมันใส่ได้แค่ 2 ตัวเท่านั้นครับ
รวม ๆ แล้ว บอร์ดตัวนี้ คาบเกี่ยวระหว่าง 2 ยุคครับ สามารถรองรับได้ อย่างละ 2 เทคโนโลยี่ (สำหรับผม ถือเป็นบอร์ดหากินครับ) ณ. ตอนนี้ พฤศจิกายน 2551 บอร์ดดังกล่าว เหมาะสำหรับ ช่างหรือผู้ที่มีเครื่องคอมหลาย ๆ แบบในความดูแล เพราะสามารถนำเอาอุปกรณ์ต่าง ๆมาทดสอบได้กับบอร์ดนี้ว่า อุปกรณ์ต่างๆ นั้นเสียหรือไม่ คุ้มจริง ๆ แต่อีกอย่างหนึ่งที่ บอร์ด P5VDC-X ถ้านำมา Overclock นั้น ทางผู้ผลิตไม่ได้เน้นครับ เพราะปรับอะไรไม่ค่อยได้ เช่นปรับไฟ CPU RAM ปรับอัตราทดแรม ปรับได้เพียง FSB เท่านั้นครับ ว้าแย่จัง น่าจะให้มาด้วยนะไม่อย่างนั้นสนุกแน่ ๆ ครับ ขอจบคำวิจารณ์เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ ( นี่เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวเท่านั้น)
...้ถึง 2 GB ต่อ 1 ช่องเช่นกัน ใช้ แรม DDR II 400 533 667 800 ได้หมดครับ แต่ข้อเสียคือ ถ้าใช้ 667 800 นั้นต้องทำการ คั้งไบออส ให้ แรม วิ่งที่ 533 เท่านั้น ครับ ไม่อย่างงั้น เครื่อง จะ Hank บ่อย (เจอมากับตัวนะ) ลง Windows ไม่ผ่านครับ 2.VGA ใส่ได้ 2 อย่าง คื่อ 2.1 VGA แบบ AGP X8 ครับ (เยี่ยมมาก) 2.2 VGA แบบ PCIX ครับ แต่ข้อด้อยคือ PCI-X16 นั้นมันสามารถวิ่งเต็มที่ที่ 4X เท่านั้นครับ แต่ที่ผมใช้อยู่ คือ PCI-X ของ INNo 7300 GT DDRII 256 เล่นเกมส์สบายครับไม่ค่อยแตกต่างกับ 16X เท่าไรนักครับ (บอร์ดใส่กับ เซเลรอน D 331 วิ่งที่ 3 GHz Clock จาก 2.66GHz) 3.ฮาร์ดดิส สามารถใสได้ 2 แบบ เช่นเดียวกันครับ 3.1 ฮาร์ดดิส แบบ IDE ใส่ได้สูงสุดถึง 4 ตัวครับ ความเร็วสูงสุดในการรับส่งข้อมูล ATA 133 ครับ 3.2 ฮาร์ดดิส แบบ SATA ใส่ได้ สูงสุด 2 ตัวครับ ความเร็วสูงสุดในการรับส่งข้อมูล 150 MB/S เท่านั้นครับ (แต่เอา ฮาร์ดดิส SATA II มาใส่ได้นะ ครับ) ข้อด้อยคือมันใส่ได้แค่ 2 ตัวเท่านั้นครับ รวม ๆ แล้ว บอร
Pro: รองรับเทคโนโลยีในระยะเวลาคาบเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสถาปัตยกรรมต่างๆ ได้พอสมควรครับ...
ไม่เห็นด้วย: Pci-X วิ่งได้แค่ (4X) เท่านั้น และ Sata มีแค่ 2 ช่อง และ ไม่ใช่ SATA II
Asus M2N68-AM
ในหน้านี้คุณจะได้พบกับ: › ราคา › รายละเอียด › สินค้าคล้ายกัน

อันดับที่ 3 ในหมวด "Mainboard". รายละเอียด รูปแบบ Socket Socket AM2 Plus, ชิปเซ็ต nVIDIA รหัสชิปเซ็ต GF7025/nForce 630a ความเร็วบัสเมนบอร์ด (MHz) 1600, 2000, ชนิดแรม DDR2 เพิ่มเติม
รายละเอียด / อย่างย่อ
รายละเอียด
รูปแบบ Socket Socket AM2 Plus,
ชิปเซ็ต nVIDIA
รหัสชิปเซ็ต GF7025/nForce 630a
ชนิดแรม DDR2
ความเร็วบัสแรม (MHz) 533, 667, 800, 1066,
อัพเกรดแรมสูงสุด (GB) 4
อินเทอร์เฟสฮาร์ดดิสก์ SATA II, EIDE, RAID, USB 2.0,
สล็อตขยาย PCI Express
รายละเอียดอื่นๆ Supports AMD Phenom/Athlon series/Sempron, Dual Channel DDR2 1066 (AM2+ CPU only), 10 USB 2.0 ports, 6 Channel Audio I/O, Windows Vista/XP
แพลตฟอร์มเคส uATX
ข้อมูลทั่วไป
สินค้าถูกระบุไว้ตั้งแต่: 26.01.2009
ผู้ผลิต: Asus, th.asus.com, อื่นๆ Asus Mainboard
Asus P5VDC-MX Socket 775
ในหน้านี้คุณจะได้พบกับ: › รายละเอียด › สินค้าคล้ายกัน

อันดับที่ 4 ในหมวด "Mainboard". P5VDC-MX Socket 775 Intel LGA775 Pentium 4 CPU เมนบอร์ดนี้รองรับการทำงานของ CPU Intel Pentium 4 Socket 775 ด้วย FSB ขนาด 800 MHz , L2 cache ขนาด 1 MB , เทคโนโลยี Hyper-Threading และ Core เพิ่มเติม
รายละเอียด / อย่างย่อ
P5VDC-MX Socket 775
Intel LGA775 Pentium 4 CPU
เมนบอร์ดนี้รองรับการทำงานของ CPU Intel Pentium 4 Socket 775 ด้วย FSB ขนาด 800 MHz , L2 cache ขนาด 1 MB , เทคโนโลยี Hyper-Threading และ Core ความเร็วมากถึง 3.6 GHz ซึ่ง Intel LGA775 Pentium 4 ถือเป็นหนึ่งใน CPU บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีความเร็วมากที่สุด
Supports Intel® Dual/Single-Core 65nm Processors
เมนบอร์ดนี้รองรับการทำงานของ IntelR 65nm Pentium D / Intel Pentium 4 / Celeron processors ซึ่งเมนบอร์ดของ ASUS ถือว่าเป็นเมนบอร์ดที่จะทำให้เครื่องของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น
VIA P4M800 PRO chipset
ด้วยชิปเซท VIA P4M800 PRO , ซึ่งเมนบอร์ด ASUS P5VDC-MX รองรับการทำงานของหน่วยความจำ DDR และ DDR2 และ CPU Intel dual-core เพื่อการทำงานที่รวดเร็วขึ้น รวมถึง VT8251 Southbridge ซึ่งมีพอร์ท Serial ATA II อยู่ 4 พอร์ทด้วย RAID , PCI Express interface ซึ่งเมนบอร์ดนี้จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณมีประสิทธิภาพอย่างมาก
DDR & DDR2 Combo design
เมนบอร์ดนี้รองรับการทำงานของ DDR และ DDR2 เพื่อความยืดหยุ่นของการ upgrade ระบบอย่างสูงสุด
Serial ATA 3Gb/s
เมนบอร์ด P5VDC-MX รองรับการทำงานของฮาร์ดดิสแบบ Serial ATA (SATA) 3Gb/s ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ bus badnwidth เป็นสองเท่าเพื่อความรวดเร็วในการรับส่งและบันทึกข้อมูล
PCI Express Architecture
PCI Express ถือเป็นเทคโนโลยี I/O interconnect ใหม่ล่าสุดซึ่งจะเข้ามาแทนที่ PCI แบบเก่า ด้วย bus bandwidth ที่มีความสูงกว่าแบบ AGP 8X interface , PCI Express x16 bus มีประสิทธิภาพมากกว่าแบบ AGP 8X ในด้านเกมแบบ 3D ซึ่ง PCI Express x1 มีขนาดแบนวิธมากถึง 500 MB/s
10/100 Mbps LAN Supports
เชื่อมต่อเข้ากับระบบเครือข่ายหรือการเชื่อมต่อแบบ broadband ด้วยพอร์ท onboard LAN ได้อย่างง่ายดาย , คุณสามารถเล่นเกมส์ออนไลน์ได้โดยไม่ต้องซื้อการ์ด LAN
ข้อมูลทั่วไป
สินค้าถูกระบุไว้ตั้งแต่: 12.12.2006
ผู้ผลิต: Asus, th.asus.com, อื่นๆ Asus Mainboard
อันดับที่ 5 ในหมวด "Mainboard". P5W DH Deluxe Socket 775

รายละเอียด / อย่างย่อ
P5W DH Deluxe Socket 775
P5W DH Deluxe is specially designed for Gamers, Personal Workstation, SoHo, high-end and multi-tasking PC users
เมนบอร์ด ASUS P5W DH Deluxe ถูกออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ , สถานีที่ทำงานส่วนบุคคล ,SoHo , high- end และผู้ใช้คอมพิวเตอร์แบบ Multi-tasking โดยเฉพาะ ซึ่ง Intel 975X ถือเป็นชิปเซทของ Intel แบบ High-end โดยถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ Intel CPU รุ่นใหม่ , ATI CrossFire Graphics , สถาปัตยกรรมของหน่วยความจำ DDR2 800/667/533 dual-channel ซึ่งรองรับได้สูงสุดถึง 8 GB , FSB 1066/800 (front-side-bus) สร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของคุณให้เป็น Entertainment PC และด้วยพอร์ท Serial ATA ซึ่งรองรับ SATA 3Gb/s RAID controller ใน ICH7R Southbridge , Intel 975X ประมวลผลการทำงานแบบ multi-task และมีระบบรักษาความปลอดภัย
Intel LGA775 Pentium 4 CPU
เมนบอร์ดนี้รองรับการทำงานของ Pentium 4 CPU Intel LGA775 ด้วย FSB 1066/800 MHz , เทคโนโลยี Hyper-threading , ซึ่ง Intel LGA775 Pentium 4 ถือเป็น CPU ที่มีความเร็วที่สุดรุ่นหนึ่ง
Intel® 65nm Dual-Core CPU support
เมนบอร์ดนี้รองรับ Intel 65nm Pentium D / Intel Pentium 4 / Celeron Processors ซึ่งเมนบอร์ด ASUS นี้ถือเป็นเมนบอร์ดที่จะทำให้หน่วยประมวลผลมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
Intel® MPT (Intel® Memory Pipeline Technology)
เทคโนโลยี Intel® Memory Pipeline Technology (Intel MPT) จะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบโดยจะเข้าไปปรับเปลี่ยนการเข้าถึงหน่วยความจำระหว่าง CPU และ หน่วยความจำ
ASUS EZ-Backup™
ไม่ต้องใช้ Driver , ไม่ต้องทำการแก้ไข ,เพียงแค่เสียบเข้ากับ RAID เพื่อทำการสำรองข้อมูลของคุณ เฉพาะ ASUS EZ-Backup™ เท่านั้น , ผู้ใช้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี SATA2 เพื่อทำการจัดการกับ RAID1 หรือ RAID0 โดยไม่ต้องแก้ไขที่ BIOS หรือไม่ต้องทำการเซทอัพ โดย EZ-Backup™ เป็นสิ่งที่สุดยอด ซึ่งทุกคนต่างต้องการรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลของคุณในฮาร์ดดิส
Asus DH Remote™
ขอแนะนำ DH Remote™ , เป็นรีโมทคอมโทรลสำหรับ PC ที่มีความสะดวกสบาย ซึ่งทำให้ผู้ใช้ควบคุมเครื่อง PC ได้อย่างสบาย ด้วยปุ่มสัมผัส , ผู้ใช้สามารถเปิดหรือปิดเครื่อง PC ได้อย่างรวดเร็ว , หรือทำการปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ,ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยีของ ASUS ยังอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถรันอุปกรณ์ไร้สายได้อย่างเช่น Skype และ wireless AP ขณะที่เครื่องคอมพิวเตอร์ยังอยู่ในโหมด Sleeping โดยรีโมทยังมีฟีลเจอร์อีกมากมาย อย่างเช่น ควบคุมเสียง , เล่น , หยุด , กดปุ่มเดินหน้าหรือถอยหลัง ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานของแต่ละปุ่มได้ตามความต้องการ
ASUS WiFi-AP Solo
WiFi AP Solo สามารถสร้างระบบเครือข่ายสำหรับในบ้านของคุณทั้งแบบ AP หรือ Wireless client ซึ่งผู้ใช้สามารถเล่นเกมส์ผ่านระบบ LAN , เชื่อมต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ต , แชร์เครื่องพิมพ์ และใช้ Skype ได้ในพื้นที่นั้น โดย WiFi AP Solo สามารถใช้งานฟังก์ชันเหล่านี้ได้เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ขงอคุณอยู่ในโหมด Sleep ซึ่ง WiFi AP Solo เป็นฟีลเจอร์ที่ติดมากับเมนบอร์ดซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องซื้อ WiFi AP เพิ่มเติม
ASUS MP3-In™
คุณสามารถปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ และใช้งานลำโพงของเครื่องคอมพิวเตอร์ ต่อเข้ากับเครื่องเล่นแบบพกพาของคุณ ด้วยคุณภาพเสียงที่ดีกว่า โดยไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ Stereo
DDR2 800 Support
เพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด รองรับการทำงานของ DDR2 800 ซึ่งทำให้ระบบมีประสิทธิภาพมากที่สุดโดยการกำจัด bottleneck เมื่อทำการโอเวอร์คล๊อคระหว่าง CPU และ หน่วยความจำ และทำให้ภาพแบบ 3D มีประสิทธิภาพสูงสุด
AI NOS™
โปรแกรม อย่างเช่น 3D games และ การตัดต่อวิดีโอต้องการทรัพยากรของระบบเป็นอย่างมาก สูบ 'nitrous oxide' เข้าสู่ CPU ของคุณ ด้วยเทคโนโลยี AI NOS (Non-delay Overclocking System) ซึ่งจะติดต่อกับระบบได้อย่างชาญฉลาดและเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อความต้องการสำหรับงานต่าง ๆ ได้อย่างอัตโนมัติ ไม่เหมือนเทคนิคของการโอเวอร์คล๊อคอื่น ๆ
PEG Link
เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด , PEG (PCI Express Graphics) Link Mode ถือเป็นฟึลเจอร์เฉพาะสำหรับ ASUS ซึ่งผู้ใช้งานสามารถทำให้การ์ดจอมีประสิทธิภาพระดับสูง โดย PEG Link อนุญาตให้ผู้ใช้เพิ่ม GPU และ VGA memory ได้โดยใช้ System bus เดียวกัน ซึ่ง PEG Link Mode ทำให้โปรแกรม DX8 และ DX9 เพิ่มประสิทธิภาพในงานด้านกราฟฟิคและวิดีโอ
Dolby Master Studio
เมนบอร์ด AI Life Series ขอนำเสนอระบบเสียง 8 channel audio ซึ่งมีสเปคการทำงานสูงกว่า DVD สนุกไปกับ home theatre ด้วยคุณภาพเสียง Dolby Master Studio และระบบเสียงแบบ 7.1 รอบทิศทาง และด้วยเมนบอร์ด P5W DH Deluxe , ทำให้คุณภาพเสียงดีขึ้น
SATA on the Go
เมนบอร์ดนี้รองรับการทำงานของ Serial ATA (SATA) 3 Gb/s ซึ่งจะทำการเพิ่มขนาด bus bandwidth เป็นสองเท่าเพื่อรองรับการรับส่งและบันทึกข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูง พอร์ท SATA ภายนอกจะอยู่ด้านหลัง I/O ซึ่งทำการเซทอัพได้ง่ายและสำรองข้อมูล และอื่น ๆ ได้ง่าย
Dual Gigabit LAN
Dual Gigabit LAN ออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานระบบเครือข่ายบนเครื่องคอมพิวเตอร์ , จัดการระหว่าง 2 เครือข่ายที่แยกจากกัน ความสามารถนี้ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าการโอนย้ายข้อมูลจาก WAN ไป LAN ได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดการ bottlenect
ข้อมูลทั่วไป
สินค้าถูกระบุไว้ตั้งแต่: 12.12.2006
ผู้ผลิต: Asus, th.asus.com, อื่นๆ Asus Mainboardk’
อ้างอิง http://centermart.net/computer/internal_parts/mainboard/
http://www.yopi.co.th/prd_4011
1.น.ส.สมฤทัย ศรีแก้ว ชั้น พณ.2/12 เลขที่ 22
2.น.ส.ศศิธร แสงศรีเรือง ชั้น พณ.2/12 เลขที่ 21
ยี่ห้อของ CPU
Core i7 Extreme 965

1. Intel Core i7 Extreme 965 - อันดับหนึ่งของสุดยอด CPU ก็คงต้องยกให้กับ Intel Core i7 Extreme 965 ไป เพราะถือว่าเป็นสุดยอด CPU ที่แรงและเร็วที่สุดแล้วสำหรับตลาดเดสก์ท็อปในตอนนี้ ด้วยสถาปัตยกรรมการออกแบบ Intel Core Micro-Architecture ใหม่ โดยการออกแบบใหม่นี้จะอยู่ภายใต้สถาปัตยกรรมโมดูลที่ชื่อว่า Modularity ด้วยการแบ่งส่วนประกอบภายในออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนของ Core และ Uncore พร้อมด้วยระบบการเชื่อมต่อบัสแบบใหม่ที่ชื่อว่า QPI Links (มีความเร็วในการทำงาน 3 ระดับ คือ 6.4GT/s, 5.6GT/s, 4.8GT/s) สำหรับซีพียูตัวนี้มีความเร็วในการทำงานของสัญญาณนาฬิกาอยู่ที่ 3.2GHz, บริโภคพลังงานต่ำเพียง 1.2 โวลต์, มีคอนโทรลเลอร์หน่วยความจำ DDR3 ภายใน ที่สนับสนุนหน่วยความจำแบบ Triple Channel และแคชระดับ 3 มากถึง 8MB (L3 Cache)
Core i7 – 940

2. Intel Core i7 940 - สุดยอด CPU ในตระกูล Nehalem ตัวรองจาก Corei7 Extreme มีคุณสมบัติโดยรวมที่เหมือนกันแทบทุกประการด้วยโครงสร้าง Intel Core Micro-Architecture เดียวกัน โดนตัดทอนคุณสมบัติบางอย่างไปบ้างเพื่อเป็นการเพิ่มช่องว่างในด้านของราคาจำหน่ายที่ช็อคคนซื้อ เพราะมีราคาขายเพียง 20,000 บาทต้นๆ เท่านั้น ซึ่งเป็นราคาที่ถูกว่า Intel Core 2 Extreme 9770 (ท็อปสุดในแพลตฟอร์ม LGA775) อยู่เกือบครึ่งต่อครึ่ง ด้วยประสิทธิภาพที่เหนือกว่าค่อนข้างชัดเจน CPU ตัวนี้มีความเร็วในการทำงานที่ 2.93GHz, ทำงานร่วมกับระบบ QPI Links ที่ความเร็ว 4.8GT/s มีคอนโทรลเลอร์หน่วยความจำ DDR3 ภายในที่สนับสนุนหน่วยความจำแบบ Triple Channel และแคชระดับ 3 มากถึง 8MB (L3 Cache)
Core i7 – 920
3. Intel Core i7 920 - น้องเล็กสุดในตระกูล Nehalem มีความเร็วในการทำงานที่ 2.66GHz, ทำงานร่วมกับระบบ QPI Links ที่ความเร็ว 4.8GT/s มีคอนโทรลเลอร์หน่วยความจำ DDR3 ภายในที่สนับสนุนหน่วยความจำแบบ Triple Channel และแคชระดับ 3 มากถึง 8MB (L3 Cache) ให้ความคุ้มค่ากว่าซีพียูทุกรุ่นในตระกูลเดียวกัน ด้วยราคาจำหน่ายที่ต่ำเพียง 10,000 บาทต้นๆ ซึ่งมีราคาที่ถูกว่า Core 2 Quad Q9550 เสียอีก แต่ให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังประกอบเครื่อง ที่อยากจะใช้งานแพลตฟอร์มใหม่
ที่มา http://beta.i3.in.th/content/view/192
รุ่นของเมนบอร์ด
Asus P5KPL-AM/PS
ในหน้านี้คุณจะได้พบกับ: › ราคา › รายละเอียด › สินค้าคล้ายกัน

อันดับที่ 1 ในหมวด "Mainboard". รายละเอียด ซีพียู : - Intel® Socket 775 for Intel® Core™2 Extreme/Core™2 Quad / Core™2 Duo / Pentium® D / Pentium® 4 / Celeron® D / Celeron® Processors เพิ่มเติมรายละเอียด
ซีพียู : - Intel® Socket 775 for Intel® Core™2 Extreme/Core™2 Quad / Core™2 Duo / Pentium® D / Pentium® 4 / Celeron® D / Celeron® Processors
- Compatible with Intel® 05B/05A/06 processors
- Intel® Hyper-Threading Technology ready
ชิปเซ็ต : Intel® G31 Intel ICH7
หน่วยความจำ : - 2 x DIMM, Max. 4 GB, DDR2 1066(O.C.)/800/667 Non-ECC,Un-buffered Memory
- Dual Channel memory architecture
BIOS : - 8 Mb Flash ROM
- DMI 2.0
- AMI BIOS
- PnP
- WfM 2.0
- SM BIOS 2.5
- ACPI 2.0
กราฟฟิก : - Integrated Intel Graphics Media Accelerator (Intel® GMA 3100)
- Max. resolution:2048x1536X32bpp, Horizontal:127.5KHz Vertical:85Hz
เสียง : - Realtek ALC662 6 -Channel High-Definition Audio CODEC
- Anti-Pop Function
- Jack-detect & Multi-Streaming
- Support S/PDIF Out connector
LAN : Realtek RTL8111C Gigabit LAN
การเชื่อมต่อ : - 1 x PCIe x16
- 1 x PCIe x1
- 2 x PCI
- 1 x PS/2 Keyboard
- 1 x PS/2 Mouse
- 1 x VGA
- 1 x COM
- 1 x Parallel port
- 1 x LAN (RJ45) port
- 4 x USB 2.0
- 6 Channel Audio I/O
- 2 x USB connectors support additional 4 USB ports
- 1 x internal speaker connector
- 1 x CPU Fan connector
- 1 x High Definition front panel audio connector
- 1 x S/PDIF Out connector
- 1 x CD audio-in connector
- 24-pin EPS 12V Power connector
- 4-pin ATX 12V Power connector
- 1 x System panel connector
- 1 x COM connector
คุณสมบัติเพิ่มเติมอื่นๆ : - Front Side Bus 1600*/1333/1066/800 MHz *Overclock speed
- Form Factor : uATX Form Factor 9.6 inch x 8.35 inch ( 24.5 cm x 21.2 cm )
ข้อมูลทั่วไป
สินค้าถูกระบุไว้ตั้งแต่: 12.11.2008
ผู้ผลิต: Asus, th.asus.com, อื่นๆ Asus Mainboard
Asus P5VDC-X Socket 775
ในหน้านี้คุณจะได้พบกับ: › วิจารณ์สินค้า › รายละเอียด › สินค้าคล้ายกัน

อันดับที่ 2 ในหมวด "Mainboard". P5VDC-X Socket 775 Intel LGA775 Pentium 4 CPU/Dual-Core CPU/64-bit CPU support เมนบอร์ดสามารถรองรับการทำงานข อง Intel LGA775 Pentium 4 , Dual-core CPU , ซึ่งรองรับการทำงานของสถาปัตยกรรมทั้งแบบ 64 เพิ่มเติม
รายละเอียด / อย่างย่อ
P5VDC-X Socket 775
Intel LGA775 Pentium 4 CPU/Dual-Core CPU/64-bit CPU support
เมนบอร์ดสามารถรองรับการทำงานของ Intel LGA775 Pentium 4 , Dual-core CPU , ซึ่งรองรับการทำงานของสถาปัตยกรรมทั้งแบบ 64 bit และ 32 bit ประกอบด้วยฟีลเจอร์ FSB 1066/800/533 MHz , เทคโนโลยี Hyper Threading , L2 cache , และ core ความเร็วสูงถึง 3.8 GHz ซึ่งเมนบอร์ดนี้ทำให้ระบบมีประสิทธิภาพสูงขึ้น , หน่วยความจำที่เร็วกว่า
Support Intel® 65nm Dual-Core CPU
เมนบอร์ดนี้รองรับการทำงานของ Intel 65nm Pentium D / Intel Pentium 4 / Celeron Processors ซึ่งเมนบอร์ด ASUS ถือเป็นเมนบอร์ดที่จะทำให้ตัวประมวลผลมีประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มมากขึ้น
PCI Express & AGP8X Combo Design
เมนบอร์ดนี้รองรับการทำงานของ PCI Express X16 และ AGP 8X slot ซึ่งจะทำให้มีความยืดหยุ่นในการ upgrade การ์ดจอ โดย PCI Express X16 จะวิ่งที่ความเร็ว X4 และมีแบนวิธที่สูงถึง 2 GB/s
Dual-Channel DDR2 & DDR
รองรับการทำงานของ 2 x DDR2 และ 2 x DDR DIMM slot , และสถาปัตยกรรมแบบ Dual-channel ซึ่งจะทำให้แบนวิธมีหน่วยความจำสูงถึง 8.6 GB/s สำหรับ DDR2 หรือ 6.4 GB/s สำหรับ DDR
Serial ATA RAID
เมนบอร์ดนี้รองรับการทำงานของฮาร์ดดิส Serial ATA (SATA) ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ของฮาร์ดดิส ซึ่งจะทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นและมี bus bandwidth แบบ high speed ซึ่งสามารถรับส่งและบันทึกข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และ on board VIA VT8237A Southbridge ทำให้ RAID 0 , RAID 1 , RAID 0+1 และ JBOD สามารถใช้งานร่วมกับ 4 SATA 3 Gb/s ได้อย่างดี
10/100 Mbps LAN Supports
เชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายของคุณหรือเชื่อมต่อ broadband ได้อย่างง่ายดายด้วย onboard LAN , ซึ่งคุณสามารถเล่นเกมส์ออนไลน์ได้โดยไม่ต้องซื้อการ์ด LAN เพิ่มเติม
SoundMAX High Definition Audio
SoundMAX ถือว่ามีประสิทธิภาพที่สูงที่สุด , ถือว่าเป็นโซลูชั่นสำหรับ PC Audio เพื่องานทางด้านธุรกิจ , นักดนตรี และเกมเมอร์ ด้วยคุณภาพเสียงแบบ Crystal-clear จากเครื่องเล่น Audio , MP3 , Home theatre , gaming ซึ่งคุณไม่ต้องกังวล เพราะว่า SoundMAX จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณมีประสิทธิภาพสูงที่สุด
ข้อมูลทั่วไป
สินค้าถูกระบุไว้ตั้งแต่: 12.12.2006
ผู้ผลิต: Asus, th.asus.com, อื่นๆ Asus Mainboard
บอร์ดตัวนี้ P5 VDC-X ค่อนข้างดีสำหรับว้ทดสอบอุปกรณ์ Handware ต่าง ๆ, 25.11.2008
บอร์ดตัวนี้ P5VDC-X มีดีเกือบทุกอย่างครับ เพราะ (ตามข้อขวามข้างล่าง)
1. แรมใส่ได้ทั้งสองชนิด คือ
1.1 DDR I ใส่ได้ถึง 2 GB ต่อ 1ช่อง (แถมวิ่งได้แบบ Dual ) ด้วยครับ
1.2 DDR II ใสได้ถึง 2 GB ต่อ 1 ช่องเช่นกัน ใช้ แรม DDR II 400 533 667 800 ได้หมดครับ แต่ข้อเสียคือ ถ้าใช้ 667 800 นั้นต้องทำการ
คั้งไบออส ให้ แรม วิ่งที่ 533 เท่านั้น ครับ ไม่อย่างงั้น เครื่อง จะ Hank บ่อย (เจอมากับตัวนะ) ลง Windows ไม่ผ่านครับ
2.VGA ใส่ได้ 2 อย่าง คื่อ
2.1 VGA แบบ AGP X8 ครับ (เยี่ยมมาก)
2.2 VGA แบบ PCIX ครับ แต่ข้อด้อยคือ PCI-X16 นั้นมันสามารถวิ่งเต็มที่ที่ 4X เท่านั้นครับ แต่ที่ผมใช้อยู่ คือ PCI-X ของ INNo 7300 GT
DDRII 256 เล่นเกมส์สบายครับไม่ค่อยแตกต่างกับ 16X เท่าไรนักครับ (บอร์ดใส่กับ เซเลรอน D 331 วิ่งที่ 3 GHz Clock จาก 2.66GHz)
3.ฮาร์ดดิส สามารถใสได้ 2 แบบ เช่นเดียวกันครับ
3.1 ฮาร์ดดิส แบบ IDE ใส่ได้สูงสุดถึง 4 ตัวครับ ความเร็วสูงสุดในการรับส่งข้อมูล ATA 133 ครับ
3.2 ฮาร์ดดิส แบบ SATA ใส่ได้ สูงสุด 2 ตัวครับ ความเร็วสูงสุดในการรับส่งข้อมูล 150 MB/S เท่านั้นครับ (แต่เอา ฮาร์ดดิส SATA II มาใส่ได้นะ
ครับ) ข้อด้อยคือมันใส่ได้แค่ 2 ตัวเท่านั้นครับ
รวม ๆ แล้ว บอร์ดตัวนี้ คาบเกี่ยวระหว่าง 2 ยุคครับ สามารถรองรับได้ อย่างละ 2 เทคโนโลยี่ (สำหรับผม ถือเป็นบอร์ดหากินครับ) ณ. ตอนนี้ พฤศจิกายน 2551 บอร์ดดังกล่าว เหมาะสำหรับ ช่างหรือผู้ที่มีเครื่องคอมหลาย ๆ แบบในความดูแล เพราะสามารถนำเอาอุปกรณ์ต่าง ๆมาทดสอบได้กับบอร์ดนี้ว่า อุปกรณ์ต่างๆ นั้นเสียหรือไม่ คุ้มจริง ๆ แต่อีกอย่างหนึ่งที่ บอร์ด P5VDC-X ถ้านำมา Overclock นั้น ทางผู้ผลิตไม่ได้เน้นครับ เพราะปรับอะไรไม่ค่อยได้ เช่นปรับไฟ CPU RAM ปรับอัตราทดแรม ปรับได้เพียง FSB เท่านั้นครับ ว้าแย่จัง น่าจะให้มาด้วยนะไม่อย่างนั้นสนุกแน่ ๆ ครับ ขอจบคำวิจารณ์เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ ( นี่เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวเท่านั้น)
...้ถึง 2 GB ต่อ 1 ช่องเช่นกัน ใช้ แรม DDR II 400 533 667 800 ได้หมดครับ แต่ข้อเสียคือ ถ้าใช้ 667 800 นั้นต้องทำการ คั้งไบออส ให้ แรม วิ่งที่ 533 เท่านั้น ครับ ไม่อย่างงั้น เครื่อง จะ Hank บ่อย (เจอมากับตัวนะ) ลง Windows ไม่ผ่านครับ 2.VGA ใส่ได้ 2 อย่าง คื่อ 2.1 VGA แบบ AGP X8 ครับ (เยี่ยมมาก) 2.2 VGA แบบ PCIX ครับ แต่ข้อด้อยคือ PCI-X16 นั้นมันสามารถวิ่งเต็มที่ที่ 4X เท่านั้นครับ แต่ที่ผมใช้อยู่ คือ PCI-X ของ INNo 7300 GT DDRII 256 เล่นเกมส์สบายครับไม่ค่อยแตกต่างกับ 16X เท่าไรนักครับ (บอร์ดใส่กับ เซเลรอน D 331 วิ่งที่ 3 GHz Clock จาก 2.66GHz) 3.ฮาร์ดดิส สามารถใสได้ 2 แบบ เช่นเดียวกันครับ 3.1 ฮาร์ดดิส แบบ IDE ใส่ได้สูงสุดถึง 4 ตัวครับ ความเร็วสูงสุดในการรับส่งข้อมูล ATA 133 ครับ 3.2 ฮาร์ดดิส แบบ SATA ใส่ได้ สูงสุด 2 ตัวครับ ความเร็วสูงสุดในการรับส่งข้อมูล 150 MB/S เท่านั้นครับ (แต่เอา ฮาร์ดดิส SATA II มาใส่ได้นะ ครับ) ข้อด้อยคือมันใส่ได้แค่ 2 ตัวเท่านั้นครับ รวม ๆ แล้ว บอร
Pro: รองรับเทคโนโลยีในระยะเวลาคาบเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสถาปัตยกรรมต่างๆ ได้พอสมควรครับ...
ไม่เห็นด้วย: Pci-X วิ่งได้แค่ (4X) เท่านั้น และ Sata มีแค่ 2 ช่อง และ ไม่ใช่ SATA II
Asus M2N68-AM
ในหน้านี้คุณจะได้พบกับ: › ราคา › รายละเอียด › สินค้าคล้ายกัน

อันดับที่ 3 ในหมวด "Mainboard". รายละเอียด รูปแบบ Socket Socket AM2 Plus, ชิปเซ็ต nVIDIA รหัสชิปเซ็ต GF7025/nForce 630a ความเร็วบัสเมนบอร์ด (MHz) 1600, 2000, ชนิดแรม DDR2 เพิ่มเติม
รายละเอียด / อย่างย่อ
รายละเอียด
รูปแบบ Socket Socket AM2 Plus,
ชิปเซ็ต nVIDIA
รหัสชิปเซ็ต GF7025/nForce 630a
ชนิดแรม DDR2
ความเร็วบัสแรม (MHz) 533, 667, 800, 1066,
อัพเกรดแรมสูงสุด (GB) 4
อินเทอร์เฟสฮาร์ดดิสก์ SATA II, EIDE, RAID, USB 2.0,
สล็อตขยาย PCI Express
รายละเอียดอื่นๆ Supports AMD Phenom/Athlon series/Sempron, Dual Channel DDR2 1066 (AM2+ CPU only), 10 USB 2.0 ports, 6 Channel Audio I/O, Windows Vista/XP
แพลตฟอร์มเคส uATX
ข้อมูลทั่วไป
สินค้าถูกระบุไว้ตั้งแต่: 26.01.2009
ผู้ผลิต: Asus, th.asus.com, อื่นๆ Asus Mainboard
Asus P5VDC-MX Socket 775
ในหน้านี้คุณจะได้พบกับ: › รายละเอียด › สินค้าคล้ายกัน

อันดับที่ 4 ในหมวด "Mainboard". P5VDC-MX Socket 775 Intel LGA775 Pentium 4 CPU เมนบอร์ดนี้รองรับการทำงานของ CPU Intel Pentium 4 Socket 775 ด้วย FSB ขนาด 800 MHz , L2 cache ขนาด 1 MB , เทคโนโลยี Hyper-Threading และ Core เพิ่มเติม
รายละเอียด / อย่างย่อ
P5VDC-MX Socket 775
Intel LGA775 Pentium 4 CPU
เมนบอร์ดนี้รองรับการทำงานของ CPU Intel Pentium 4 Socket 775 ด้วย FSB ขนาด 800 MHz , L2 cache ขนาด 1 MB , เทคโนโลยี Hyper-Threading และ Core ความเร็วมากถึง 3.6 GHz ซึ่ง Intel LGA775 Pentium 4 ถือเป็นหนึ่งใน CPU บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีความเร็วมากที่สุด
Supports Intel® Dual/Single-Core 65nm Processors
เมนบอร์ดนี้รองรับการทำงานของ IntelR 65nm Pentium D / Intel Pentium 4 / Celeron processors ซึ่งเมนบอร์ดของ ASUS ถือว่าเป็นเมนบอร์ดที่จะทำให้เครื่องของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น
VIA P4M800 PRO chipset
ด้วยชิปเซท VIA P4M800 PRO , ซึ่งเมนบอร์ด ASUS P5VDC-MX รองรับการทำงานของหน่วยความจำ DDR และ DDR2 และ CPU Intel dual-core เพื่อการทำงานที่รวดเร็วขึ้น รวมถึง VT8251 Southbridge ซึ่งมีพอร์ท Serial ATA II อยู่ 4 พอร์ทด้วย RAID , PCI Express interface ซึ่งเมนบอร์ดนี้จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณมีประสิทธิภาพอย่างมาก
DDR & DDR2 Combo design
เมนบอร์ดนี้รองรับการทำงานของ DDR และ DDR2 เพื่อความยืดหยุ่นของการ upgrade ระบบอย่างสูงสุด
Serial ATA 3Gb/s
เมนบอร์ด P5VDC-MX รองรับการทำงานของฮาร์ดดิสแบบ Serial ATA (SATA) 3Gb/s ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ bus badnwidth เป็นสองเท่าเพื่อความรวดเร็วในการรับส่งและบันทึกข้อมูล
PCI Express Architecture
PCI Express ถือเป็นเทคโนโลยี I/O interconnect ใหม่ล่าสุดซึ่งจะเข้ามาแทนที่ PCI แบบเก่า ด้วย bus bandwidth ที่มีความสูงกว่าแบบ AGP 8X interface , PCI Express x16 bus มีประสิทธิภาพมากกว่าแบบ AGP 8X ในด้านเกมแบบ 3D ซึ่ง PCI Express x1 มีขนาดแบนวิธมากถึง 500 MB/s
10/100 Mbps LAN Supports
เชื่อมต่อเข้ากับระบบเครือข่ายหรือการเชื่อมต่อแบบ broadband ด้วยพอร์ท onboard LAN ได้อย่างง่ายดาย , คุณสามารถเล่นเกมส์ออนไลน์ได้โดยไม่ต้องซื้อการ์ด LAN
ข้อมูลทั่วไป
สินค้าถูกระบุไว้ตั้งแต่: 12.12.2006
ผู้ผลิต: Asus, th.asus.com, อื่นๆ Asus Mainboard
อันดับที่ 5 ในหมวด "Mainboard". P5W DH Deluxe Socket 775

รายละเอียด / อย่างย่อ
P5W DH Deluxe Socket 775
P5W DH Deluxe is specially designed for Gamers, Personal Workstation, SoHo, high-end and multi-tasking PC users
เมนบอร์ด ASUS P5W DH Deluxe ถูกออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ , สถานีที่ทำงานส่วนบุคคล ,SoHo , high- end และผู้ใช้คอมพิวเตอร์แบบ Multi-tasking โดยเฉพาะ ซึ่ง Intel 975X ถือเป็นชิปเซทของ Intel แบบ High-end โดยถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ Intel CPU รุ่นใหม่ , ATI CrossFire Graphics , สถาปัตยกรรมของหน่วยความจำ DDR2 800/667/533 dual-channel ซึ่งรองรับได้สูงสุดถึง 8 GB , FSB 1066/800 (front-side-bus) สร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของคุณให้เป็น Entertainment PC และด้วยพอร์ท Serial ATA ซึ่งรองรับ SATA 3Gb/s RAID controller ใน ICH7R Southbridge , Intel 975X ประมวลผลการทำงานแบบ multi-task และมีระบบรักษาความปลอดภัย
Intel LGA775 Pentium 4 CPU
เมนบอร์ดนี้รองรับการทำงานของ Pentium 4 CPU Intel LGA775 ด้วย FSB 1066/800 MHz , เทคโนโลยี Hyper-threading , ซึ่ง Intel LGA775 Pentium 4 ถือเป็น CPU ที่มีความเร็วที่สุดรุ่นหนึ่ง
Intel® 65nm Dual-Core CPU support
เมนบอร์ดนี้รองรับ Intel 65nm Pentium D / Intel Pentium 4 / Celeron Processors ซึ่งเมนบอร์ด ASUS นี้ถือเป็นเมนบอร์ดที่จะทำให้หน่วยประมวลผลมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
Intel® MPT (Intel® Memory Pipeline Technology)
เทคโนโลยี Intel® Memory Pipeline Technology (Intel MPT) จะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบโดยจะเข้าไปปรับเปลี่ยนการเข้าถึงหน่วยความจำระหว่าง CPU และ หน่วยความจำ
ASUS EZ-Backup™
ไม่ต้องใช้ Driver , ไม่ต้องทำการแก้ไข ,เพียงแค่เสียบเข้ากับ RAID เพื่อทำการสำรองข้อมูลของคุณ เฉพาะ ASUS EZ-Backup™ เท่านั้น , ผู้ใช้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี SATA2 เพื่อทำการจัดการกับ RAID1 หรือ RAID0 โดยไม่ต้องแก้ไขที่ BIOS หรือไม่ต้องทำการเซทอัพ โดย EZ-Backup™ เป็นสิ่งที่สุดยอด ซึ่งทุกคนต่างต้องการรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลของคุณในฮาร์ดดิส
Asus DH Remote™
ขอแนะนำ DH Remote™ , เป็นรีโมทคอมโทรลสำหรับ PC ที่มีความสะดวกสบาย ซึ่งทำให้ผู้ใช้ควบคุมเครื่อง PC ได้อย่างสบาย ด้วยปุ่มสัมผัส , ผู้ใช้สามารถเปิดหรือปิดเครื่อง PC ได้อย่างรวดเร็ว , หรือทำการปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ,ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยีของ ASUS ยังอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถรันอุปกรณ์ไร้สายได้อย่างเช่น Skype และ wireless AP ขณะที่เครื่องคอมพิวเตอร์ยังอยู่ในโหมด Sleeping โดยรีโมทยังมีฟีลเจอร์อีกมากมาย อย่างเช่น ควบคุมเสียง , เล่น , หยุด , กดปุ่มเดินหน้าหรือถอยหลัง ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานของแต่ละปุ่มได้ตามความต้องการ
ASUS WiFi-AP Solo
WiFi AP Solo สามารถสร้างระบบเครือข่ายสำหรับในบ้านของคุณทั้งแบบ AP หรือ Wireless client ซึ่งผู้ใช้สามารถเล่นเกมส์ผ่านระบบ LAN , เชื่อมต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ต , แชร์เครื่องพิมพ์ และใช้ Skype ได้ในพื้นที่นั้น โดย WiFi AP Solo สามารถใช้งานฟังก์ชันเหล่านี้ได้เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ขงอคุณอยู่ในโหมด Sleep ซึ่ง WiFi AP Solo เป็นฟีลเจอร์ที่ติดมากับเมนบอร์ดซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องซื้อ WiFi AP เพิ่มเติม
ASUS MP3-In™
คุณสามารถปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ และใช้งานลำโพงของเครื่องคอมพิวเตอร์ ต่อเข้ากับเครื่องเล่นแบบพกพาของคุณ ด้วยคุณภาพเสียงที่ดีกว่า โดยไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ Stereo
DDR2 800 Support
เพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด รองรับการทำงานของ DDR2 800 ซึ่งทำให้ระบบมีประสิทธิภาพมากที่สุดโดยการกำจัด bottleneck เมื่อทำการโอเวอร์คล๊อคระหว่าง CPU และ หน่วยความจำ และทำให้ภาพแบบ 3D มีประสิทธิภาพสูงสุด
AI NOS™
โปรแกรม อย่างเช่น 3D games และ การตัดต่อวิดีโอต้องการทรัพยากรของระบบเป็นอย่างมาก สูบ 'nitrous oxide' เข้าสู่ CPU ของคุณ ด้วยเทคโนโลยี AI NOS (Non-delay Overclocking System) ซึ่งจะติดต่อกับระบบได้อย่างชาญฉลาดและเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อความต้องการสำหรับงานต่าง ๆ ได้อย่างอัตโนมัติ ไม่เหมือนเทคนิคของการโอเวอร์คล๊อคอื่น ๆ
PEG Link
เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด , PEG (PCI Express Graphics) Link Mode ถือเป็นฟึลเจอร์เฉพาะสำหรับ ASUS ซึ่งผู้ใช้งานสามารถทำให้การ์ดจอมีประสิทธิภาพระดับสูง โดย PEG Link อนุญาตให้ผู้ใช้เพิ่ม GPU และ VGA memory ได้โดยใช้ System bus เดียวกัน ซึ่ง PEG Link Mode ทำให้โปรแกรม DX8 และ DX9 เพิ่มประสิทธิภาพในงานด้านกราฟฟิคและวิดีโอ
Dolby Master Studio
เมนบอร์ด AI Life Series ขอนำเสนอระบบเสียง 8 channel audio ซึ่งมีสเปคการทำงานสูงกว่า DVD สนุกไปกับ home theatre ด้วยคุณภาพเสียง Dolby Master Studio และระบบเสียงแบบ 7.1 รอบทิศทาง และด้วยเมนบอร์ด P5W DH Deluxe , ทำให้คุณภาพเสียงดีขึ้น
SATA on the Go
เมนบอร์ดนี้รองรับการทำงานของ Serial ATA (SATA) 3 Gb/s ซึ่งจะทำการเพิ่มขนาด bus bandwidth เป็นสองเท่าเพื่อรองรับการรับส่งและบันทึกข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูง พอร์ท SATA ภายนอกจะอยู่ด้านหลัง I/O ซึ่งทำการเซทอัพได้ง่ายและสำรองข้อมูล และอื่น ๆ ได้ง่าย
Dual Gigabit LAN
Dual Gigabit LAN ออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานระบบเครือข่ายบนเครื่องคอมพิวเตอร์ , จัดการระหว่าง 2 เครือข่ายที่แยกจากกัน ความสามารถนี้ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าการโอนย้ายข้อมูลจาก WAN ไป LAN ได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดการ bottlenect
ข้อมูลทั่วไป
สินค้าถูกระบุไว้ตั้งแต่: 12.12.2006
ผู้ผลิต: Asus, th.asus.com, อื่นๆ Asus Mainboardk’
อ้างอิง http://centermart.net/computer/internal_parts/mainboard/
http://www.yopi.co.th/prd_4011
วันพุธที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2554
RS-232
RS-232ย่อมาจาก Recommended Standard-232 (มาตรฐานแนะนำรุ่น 232) เป็นมาตรฐานการเชื่อม
ต่อข้อมูล แบบอนุกรม (Serial Port)กำหนดโดย EIA (Electronics Industry Association) หรือ สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของอเมริกา
ใช้กับการสื่อสารแบบจุดต่อจุด โดยใช้สายเชื่อมต่อ DB แบบ 25 และ 9 เข็ม ที่ไม่ประสานจังหวะระหว่างคอมพิวเตอร์
กับ อุปกรณ์ต่อพ่วง มีการทำงานแบบสองทางพร้อมกัน (Full-duplex) โดยอาจใช้สายสัญญาณอื่นร่วมด้วย เพื่อทำ
แฮนด์เชค (Hand-shake) หรือไม่ก็ได้ทั้ง นี้มาตรฐาน RS-232 จำกัดความยาวสายไว้ที่ 50 ฟุด (หรือประมาณ15 เมตร ) สำหรับการส่งสัญญาณที่ความเร็ว
19,200 บิทต่อวินาที โดยที่ความยาวสายจะต้องสั้นลงถ้าต้องการสื่อสารที่คว ามเร็วสูงขึ้น
RS-232 มีจุดเริ่มต้นจากความต้องการที่จะกำหนดมาตรฐานการเชื ่อมต่อระหว่าง คอมพิวเตอร์กับโมเด็มในสมัยนั้น ตัวมาตรฐานจะกำหนดสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อน ี้ด้วยกันทั้งหมด 4 หัวข้อหลักๆ ด้วยกันคือ
1. คุณสมบัติทางไฟฟ้าของสัญญาณ
2. คุณสมบัติทางกลของการเชื่อมต่อ ซึ่งหมายถึงตัวคอนเน็กเตอร์นั่นเอง
3. หน้าที่การทำงานของวงจรสำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูล
4. มาตรฐานการเชื่อมต่อสำหรับระบบสื่อสารเฉพาะอย่าง
ไม่ใช่มีแค่ RS-232 เท่านั้น มาดูกันสิว่า นอกจาก RS-232 ยังมีอะไรให้เราเล่นอีกบ้าง
มาตรฐาน RS-232-C เป็นมาตรฐาน RS-232 ที่มีการปรับปรุงแก้ไขจากมาตรฐานเดิม ซึ่งเราอาจคุ้นเคยกับ
ชื่อนี้มากกว่า RS-232-A หรือ RS-232-B อันที่จริงแล้วยังมีมาตรฐาน RS-232-D ที่ใหม่กว่า RS-232-C
โดยที่มีการเพิ่มข้อกำหนดของคอนเน็กเตอร์แบบ DB เข้าไปด้วย เช่น DB-25 ซึ่งในขณะนั้นสิทธิบัตรของ ตัว
คอนเน็กเตอร์แบบนี้ได้ห มดอายุลงพอดี จึงสามารถรวมข้อกำหนดเข้าไว้ได้
ลักษณะ โดยทั่วไปของการเชื่อมต่อข้อมูลแบบอนุกรมตามมาตรฐาน RS-232 คือเป็นการสื่อสารข้อมูลแบบ
จุดต่อจุด ซึ่งเดิมทีเป็นการสื่อสารข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์กั บโมเด็ม ซึ่งจริงๆแล้วทั้งสองฝั่งจะเป็นอะไรก็ได้
การลื่อสารเป็นแบบสองทางพร้อมกัน (Full-duplex) โดยอาจใช้สายสัญญาณอื่นร่วมเพื่อทำ แฮนด์เชค
(Hand-shake) หรือไม่ก็ได้ มาตรฐาน RS-232 จำกัดความยาวสายไว้ที่ 50 ฟุด (หรือประมาณ15 เมตร )
สำหรับการส่งสัญญาณที่ความเร็ว 19,200 บิทต่อวินาที โดยที่ความยาวสายจะต้องสั้นลงถ้าต้องการสื่อสารที่
ความเร็วลูงขึ้น และถ้ามีสัญญาณรบกวนมากๆ เช่นในโรงงาน หรือบริเวณใกล้เครื่องจักรที่เป็นแบบมีการสวิทช์
สัญญาณไฟฟ้าที่กระแสสูงๆ ก็จะทำให้ต้องมีการลดความเร็วในการส่งสัญญาณลงหรือใช ้สายที่สั้นลง
มาตรฐาน RS-422 หรือ RS-422-A ถูกกำหนดขึ้นโดยสมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หรือ
EIA เช่นเดียวกันกับมาตรฐาน RS-232 โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะแก้ปัญหาเรื่องความยาวของสายสื ่อสารโดยใช้
การส่ง สัญญาณแบบผลต่าง (Differential) แทนที่จะใช้การส่งสัญญาณแบบอ้างอิงกับจุดกราวนด์ (หรือสายดิน)
เช่นเดียวกันกับ RS-232 การส่งสัญญาณแบบ Differential นี้ช่วยลดปัญหาสัญญาณรบกวนจาก 2 ปัจจัยด้วยกัน
ได้แก่ ปัญหาแรงดันกราวนด์ 2 ฝั่งสายไม่เท่ากัน อันเกิดจากกระแสไฟฟ้าที่ไหลในสายกราวนด์ที่ยาวมากๆ ก่อให้
เกิดความต่างศักดิ์ และปัญหาสัญญาณรบกวนที่เกิดจากมารดาเหล็กไฟฟ้าเหนี่ยวน ำในสาย โดยหากสายไฟที่ใช้ถูกต
ีเกลียวและวางไว้ใกล้กัน เมื่อมีแรงดันเหนี่ยวนำจะปรากฏแรงดันรบกวนบนสายทั้งส องเท่าๆ กันเป็นผลให้ ตัวรับ
ที่อ่านความต่างศักดิ์ระหว่างสายอ่านข้อมูลได้ เช่นเดิม ทั้งสองปัจจัยนี้เองเป็นสาเหตุที่ทำให้ความต้านทานต่อสัญญาณ
รบกวนของการสื่อ สารแบบ RS-232 ด้อยกว่า RS-422) ตามมาตรฐาน RS-422 นี้จะใช้สายสัญญาณทั้งหมด
4 เส้น (2 เส้นสำหรับการส่งสัญญาณ และอีก 2 เส้นสำหรับรับสัญญาณ) และสามารถใช้ความยาวสายสัญญาณได้ถึง
4,000 ฟุต (หรือ1.2 กม. ) ที่ความเร็ว 100,000 บิทต่อวินาที และการสื่อสารเป็นแบบ 2 ทางพร้อมกัน (Full Duplex)
มาตรฐาน RS-485 กำหนดโดยสมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ห รือ EIA เป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ
สัญญาณแบบอนุกรม (Serial Communication) มีลักษณะการเชื่อมต่อเป็นแบบหลายจุด (Multi-point) หรือ
Multi-drop สายสัญญาณที่ใช้มีทั้งแบบที่เป็น 2 สายและแบบที่เป็น 4 สาย การต่อแบบหลายจุดนี้ทำให้สามารถมองสาย
สัญญาณเป็นบัสนำสัญญาณได้ (Signal Bus) จำนวนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่สามารถอยู่บน RS-485 บัสหนึ่งถูกกำหนด
ไว้ที่ 32 ตัว ในกรณีที่ต้องการเพิ่มจะต้องมีตัวทวนสัญญาณ (Signal Repeater) หรือใช้ตัวส่ง-รับสัญญาณที่มีอิมพิแดนซ์
(ความต้านทานเสมือน) สูงขึ้น ซึ่งเราอาจเพิ่มจำนวนจุดเชื่อมต่อขึ้นได้ถึง 128 จุด ความยาวของสายสัญญาณตามมาตรฐาน
RS-485 นี้สามารถยาวได้ถึง 1.2 กม เช่นเดียวกับมาตรฐาน RS-422 แต่การสื่อสารจะเป็นแบบสองทางไม่พร้อมกัน
(Half Duplex) มีเพียงคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ตัวเดียวเท่านั้นที่สา มารถส่งสัญญาณออกได้ ณ เวลาหนึ่งๆ ส่วนที่เหลือจะ
เป็นผู้รับสัญญาณ หรือผู้ฟัง
วิธีการตรวจสอบว่าอุปกรณ์ RS-232c ส่งสัญญาณอยู่หรือไม่ ตรวจสอบได้ดังนี้
1.ใช้ Computer รับข้อมูลโดยใช้โปรแกรม Hyper Terminal ของ Windows
2. ใช้โปรแกรมอื่นๆ เช่น EXPERT COMPORT TEST
3. ใช้หลอด LED กับ R 1 k? (Terminator resistance) เทสที่ขาตัวผู้ DB9-male
สาเหตุที่ทำให้ RS-232 เสียได้
ไฟกระชากที่เกิดจากฟ้าผ่า Surge หรือ Spike มาตามสายไฟ 220Vac หรือเข้าทางสายโทรศัพท์เข้าทาง Modem
เพื่อหาทางลง Ground ขนาดของ Surge มี Volt สูงมากบางครั้งอาจทำให้ Power Supply และ Mainboard ของ
Computer เสียหาย ความต่างศักดิ์ ของ Ground ของ ระบบระหว่างอุปกรณ์ RS-232 ทั้งสองทาง เกิดการไหล ของ
ไฟฟ้าผ่าน IC ของ RS-232c เพื่อลง Ground
วิธีการป้องกันไม่ให้ RS-232 เสียได้ง่าย
ระบบไฟฟ้าต้องเดินสาย Ground ฝัง Ground Rod (แท่งทองแดง) ลงดิน ปลั๊กไฟต้องมี 3 ขา
ก่อนเชื่อมโยงระบบควรตรวจสอบระบบ Ground อุปกรณ์ทุกตัวต้องมีสาย Ground (ลงดิน) จริงๆ
อย่าหักขา Ground ให้ใช้ Meter วัดแรงดันของไฟฟ้าระหว่าง Ground ของ อุปกรณ์ทั้งสองใช้
สายไฟเชื่อมตัวถังของอุปกรณ์ (ที่เป็นโลหะ) ระหว่าง อุปกรณ์ทั้งสองเข้าด้วยกันเพื่อไม่ให้เกิดความ
ต่างศักดิ์ของ Ground เมื่อฝนตกฟ้าคะนองควรดึงสายโทรศัพท์ออกจาก Modem และ ดึงปลั๊กไฟ
ออกระบบไฟฟ้า ใช้อุปกรณ์ Surge Protection อุปกรณ์เหล่านี้จะมี Aresstor และ MOV เพื่อ
By-pass Surge ลง Ground (ระบบทั้งหมดต้องต่อลง Ground ให้เรียบร้อยก่อน)
สาย UTP
ลักษณะของ Connector RJ –45
จะเป็นหัวต่อที่มีลักษณะปิด คือ โครงสร้างภายนอกเป็นพลาสติกใส ฝังขั้วทองแดงภายใน 8 อัน เท่ากับจำนวนสาย( ถ้า เข้าหัวเสีย จะไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ )
http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=5c7395b8c16107f9
หมายเลข port คือเลขฐาน 16 บิต ตั้งแต่ 0 ถึง 65535 หมายเลข port แต่ละหมายเลขจะถูกกำหนดโดยเฉพาะจาก OS (Operating Systems)
ทาง Internet Assigned Numbers Authority (IANA) เป็นหน่วยงานกลางในการประสานการเลือกใช้ Port ว่า Port หมายเลขใดควรเหมาะสำหรับ Service ใด
เช่น เลือกใช้ TCP Port หมายเลข 23 กับ Service Telnet และเลือกใช้ UDP Port หมายเลข 69 สำหรับ Service Trivial File transfer Protocol (TFTP)
หมายเลข Port ถูกจัดแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ well known Ports และ Registered Ports
well known Ports คืออะไร ?
Well Known Ports คือจะเป็น Port ที่ระบบส่วนใหญ่ กำหนดให้ใช้โดย Privileged User (ผู้ใช้ที่มีสิทธิพิเศษ) โดย port เหล่านี้ ใช้สำหรับการติดต่อระหว่างเครื่องที่มีระบบเวลาที่ยาวนาน วัตถุประสงค์เพื่อให้ service แก่ผู้ใช้ (ที่ไม่รู้จักหรือคุ้นเคย) แปลกหน้า จึงจำเป็นต้องกำหนด Port ติดต่อสำหรับ Service นั้นๆ
แล้ว Register
http://news.thaihomelist.com/2009/07/16/สำหรับโปรแกรมประยุกต์(Application) ที่ใช้ TCP (Transmission Control Protocol) หรือ UDP (User Datagram Protocol) จะใช้หมายเลข port
RS-232ย่อมาจาก Recommended Standard-232 (มาตรฐานแนะนำรุ่น 232) เป็นมาตรฐานการเชื่อม
ต่อข้อมูล แบบอนุกรม (Serial Port)กำหนดโดย EIA (Electronics Industry Association) หรือ สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของอเมริกา
ใช้กับการสื่อสารแบบจุดต่อจุด โดยใช้สายเชื่อมต่อ DB แบบ 25 และ 9 เข็ม ที่ไม่ประสานจังหวะระหว่างคอมพิวเตอร์
กับ อุปกรณ์ต่อพ่วง มีการทำงานแบบสองทางพร้อมกัน (Full-duplex) โดยอาจใช้สายสัญญาณอื่นร่วมด้วย เพื่อทำ
แฮนด์เชค (Hand-shake) หรือไม่ก็ได้ทั้ง นี้มาตรฐาน RS-232 จำกัดความยาวสายไว้ที่ 50 ฟุด (หรือประมาณ
19,200 บิทต่อวินาที โดยที่ความยาวสายจะต้องสั้นลงถ้าต้องการสื่อสารที่คว ามเร็วสูงขึ้น
RS-232 มีจุดเริ่มต้นจากความต้องการที่จะกำหนดมาตรฐานการเชื ่อมต่อระหว่าง คอมพิวเตอร์กับโมเด็มในสมัยนั้น ตัวมาตรฐานจะกำหนดสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อน ี้ด้วยกันทั้งหมด 4 หัวข้อหลักๆ ด้วยกันคือ
1. คุณสมบัติทางไฟฟ้าของสัญญาณ
2. คุณสมบัติทางกลของการเชื่อมต่อ ซึ่งหมายถึงตัวคอนเน็กเตอร์นั่นเอง
3. หน้าที่การทำงานของวงจรสำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูล
4. มาตรฐานการเชื่อมต่อสำหรับระบบสื่อสารเฉพาะอย่าง
ไม่ใช่มีแค่ RS-232 เท่านั้น มาดูกันสิว่า นอกจาก RS-232 ยังมีอะไรให้เราเล่นอีกบ้าง
มาตรฐาน RS-232-C เป็นมาตรฐาน RS-232 ที่มีการปรับปรุงแก้ไขจากมาตรฐานเดิม ซึ่งเราอาจคุ้นเคยกับ
ชื่อนี้มากกว่า RS-232-A หรือ RS-232-B อันที่จริงแล้วยังมีมาตรฐาน RS-232-D ที่ใหม่กว่า RS-232-C
โดยที่มีการเพิ่มข้อกำหนดของคอนเน็กเตอร์แบบ DB เข้าไปด้วย เช่น DB-25 ซึ่งในขณะนั้นสิทธิบัตรของ ตัว
คอนเน็กเตอร์แบบนี้ได้ห มดอายุลงพอดี จึงสามารถรวมข้อกำหนดเข้าไว้ได้
ลักษณะ โดยทั่วไปของการเชื่อมต่อข้อมูลแบบอนุกรมตามมาตรฐาน RS-232 คือเป็นการสื่อสารข้อมูลแบบ
จุดต่อจุด ซึ่งเดิมทีเป็นการสื่อสารข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์กั บโมเด็ม ซึ่งจริงๆแล้วทั้งสองฝั่งจะเป็นอะไรก็ได้
การลื่อสารเป็นแบบสองทางพร้อมกัน (Full-duplex) โดยอาจใช้สายสัญญาณอื่นร่วมเพื่อทำ แฮนด์เชค
(Hand-shake) หรือไม่ก็ได้ มาตรฐาน RS-232 จำกัดความยาวสายไว้ที่ 50 ฟุด (หรือประมาณ
สำหรับการส่งสัญญาณที่ความเร็ว 19,200 บิทต่อวินาที โดยที่ความยาวสายจะต้องสั้นลงถ้าต้องการสื่อสารที่
ความเร็วลูงขึ้น และถ้ามีสัญญาณรบกวนมากๆ เช่นในโรงงาน หรือบริเวณใกล้เครื่องจักรที่เป็นแบบมีการสวิทช์
สัญญาณไฟฟ้าที่กระแสสูงๆ ก็จะทำให้ต้องมีการลดความเร็วในการส่งสัญญาณลงหรือใช ้สายที่สั้นลง
มาตรฐาน RS-422 หรือ RS-422-A ถูกกำหนดขึ้นโดยสมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หรือ
EIA เช่นเดียวกันกับมาตรฐาน RS-232 โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะแก้ปัญหาเรื่องความยาวของสายสื ่อสารโดยใช้
การส่ง สัญญาณแบบผลต่าง (Differential) แทนที่จะใช้การส่งสัญญาณแบบอ้างอิงกับจุดกราวนด์ (หรือสายดิน)
เช่นเดียวกันกับ RS-232 การส่งสัญญาณแบบ Differential นี้ช่วยลดปัญหาสัญญาณรบกวนจาก 2 ปัจจัยด้วยกัน
ได้แก่ ปัญหาแรงดันกราวนด์ 2 ฝั่งสายไม่เท่ากัน อันเกิดจากกระแสไฟฟ้าที่ไหลในสายกราวนด์ที่ยาวมากๆ ก่อให้
เกิดความต่างศักดิ์ และปัญหาสัญญาณรบกวนที่เกิดจากมารดาเหล็กไฟฟ้าเหนี่ยวน ำในสาย โดยหากสายไฟที่ใช้ถูกต
ีเกลียวและวางไว้ใกล้กัน เมื่อมีแรงดันเหนี่ยวนำจะปรากฏแรงดันรบกวนบนสายทั้งส องเท่าๆ กันเป็นผลให้ ตัวรับ
ที่อ่านความต่างศักดิ์ระหว่างสายอ่านข้อมูลได้ เช่นเดิม ทั้งสองปัจจัยนี้เองเป็นสาเหตุที่ทำให้ความต้านทานต่อสัญญาณ
รบกวนของการสื่อ สารแบบ RS-232 ด้อยกว่า RS-422) ตามมาตรฐาน RS-422 นี้จะใช้สายสัญญาณทั้งหมด
4 เส้น (2 เส้นสำหรับการส่งสัญญาณ และอีก 2 เส้นสำหรับรับสัญญาณ) และสามารถใช้ความยาวสายสัญญาณได้ถึง
4,000 ฟุต (หรือ
มาตรฐาน RS-485 กำหนดโดยสมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ห รือ EIA เป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ
สัญญาณแบบอนุกรม (Serial Communication) มีลักษณะการเชื่อมต่อเป็นแบบหลายจุด (Multi-point) หรือ
Multi-drop สายสัญญาณที่ใช้มีทั้งแบบที่เป็น 2 สายและแบบที่เป็น 4 สาย การต่อแบบหลายจุดนี้ทำให้สามารถมองสาย
สัญญาณเป็นบัสนำสัญญาณได้ (Signal Bus) จำนวนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่สามารถอยู่บน RS-485 บัสหนึ่งถูกกำหนด
ไว้ที่ 32 ตัว ในกรณีที่ต้องการเพิ่มจะต้องมีตัวทวนสัญญาณ (Signal Repeater) หรือใช้ตัวส่ง-รับสัญญาณที่มีอิมพิแดนซ์
(ความต้านทานเสมือน) สูงขึ้น ซึ่งเราอาจเพิ่มจำนวนจุดเชื่อมต่อขึ้นได้ถึง 128 จุด ความยาวของสายสัญญาณตามมาตรฐาน
RS-485 นี้สามารถยาวได้ถึง 1.2 กม เช่นเดียวกับมาตรฐาน RS-422 แต่การสื่อสารจะเป็นแบบสองทางไม่พร้อมกัน
(Half Duplex) มีเพียงคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ตัวเดียวเท่านั้นที่สา มารถส่งสัญญาณออกได้ ณ เวลาหนึ่งๆ ส่วนที่เหลือจะ
เป็นผู้รับสัญญาณ หรือผู้ฟัง
วิธีการตรวจสอบว่าอุปกรณ์ RS-232c ส่งสัญญาณอยู่หรือไม่ ตรวจสอบได้ดังนี้
1.ใช้ Computer รับข้อมูลโดยใช้โปรแกรม Hyper Terminal ของ Windows
2. ใช้โปรแกรมอื่นๆ เช่น EXPERT COMPORT TEST
3. ใช้หลอด LED กับ R 1 k? (Terminator resistance) เทสที่ขาตัวผู้ DB9-male
สาเหตุที่ทำให้ RS-232 เสียได้
ไฟกระชากที่เกิดจากฟ้าผ่า Surge หรือ Spike มาตามสายไฟ 220Vac หรือเข้าทางสายโทรศัพท์เข้าทาง Modem
เพื่อหาทางลง Ground ขนาดของ Surge มี Volt สูงมากบางครั้งอาจทำให้ Power Supply และ Mainboard ของ
Computer เสียหาย ความต่างศักดิ์ ของ Ground ของ ระบบระหว่างอุปกรณ์ RS-232 ทั้งสองทาง เกิดการไหล ของ
ไฟฟ้าผ่าน IC ของ RS-232c เพื่อลง Ground
วิธีการป้องกันไม่ให้ RS-232 เสียได้ง่าย
ระบบไฟฟ้าต้องเดินสาย Ground ฝัง Ground Rod (แท่งทองแดง) ลงดิน ปลั๊กไฟต้องมี 3 ขา
ก่อนเชื่อมโยงระบบควรตรวจสอบระบบ Ground อุปกรณ์ทุกตัวต้องมีสาย Ground (ลงดิน) จริงๆ
อย่าหักขา Ground ให้ใช้ Meter วัดแรงดันของไฟฟ้าระหว่าง Ground ของ อุปกรณ์ทั้งสองใช้
สายไฟเชื่อมตัวถังของอุปกรณ์ (ที่เป็นโลหะ) ระหว่าง อุปกรณ์ทั้งสองเข้าด้วยกันเพื่อไม่ให้เกิดความ
ต่างศักดิ์ของ Ground เมื่อฝนตกฟ้าคะนองควรดึงสายโทรศัพท์ออกจาก Modem และ ดึงปลั๊กไฟ
ออกระบบไฟฟ้า ใช้อุปกรณ์ Surge Protection อุปกรณ์เหล่านี้จะมี Aresstor และ MOV เพื่อ
By-pass Surge ลง Ground (ระบบทั้งหมดต้องต่อลง Ground ให้เรียบร้อยก่อน)
การเปรียบเทียบกันระหว่าง USB กับ RS-232
ข้อดีข้อเสียของการใช้พอร์ตอนุกรม (serial port) / ขนาน (parallel port)
- พอร์ตขนานเขียนโปรแกรมรับส่งง่าย และส่งข้อมูลได้อัตราความเร็วสูง
- พอร์ตอนุกรมมีจำนวนเส้นสัญญาณน้อยกว่า ทำให้ประหยัดค่าสายต่างๆ มากกว่า แต่ ข้อมูลหนึ่งชุด
จะต้องเสียเวลาส่งนานขึ้น (เพราะต้องเรียงบิตส่งกันไป)
ปัจจุบันข้อเด่นข้อด้อยดังกล่าวไม่ได้เห็นชัด ทั้งนี้เพราะพอร์ตอนุกรมความเร็วสูงมีแล้ว (USB) ในขณะ
ที่พอร์ตอนุกรมเก่าๆ เองยังต้องมีสายควบคุมมากมาย (acknowledge bus มาก)
ข้อดีของ USB
ระบบ USB นั้นนับว่าเป็นระบบที่ทันสมัย เนื่องจากรองรับอุปกรณ์ได้มากขึ้น และ ง่ายต่อการติดตั้ง มีความ
สามารถรองรับ Plug & Play ซึ่งมีคุณสมบัติ ดังนี้
• สามารถลดข้อจำกัดในการต่ออุปกรณ์พ่วงได้มากขึ้นถึง 127 ชิ้น
• ขยายอุปกรณ์มาตรฐานด้วยไดรเวอร์มาตรฐานได้
• สามารถจ่ายไฟฟ้าขนาด 5 Volt ให้แก่อุปกรณ์ที่ต่อพ่วงกับ USB
• "Hot Swapping" สนับสนุนการต่อ ,ถอดออก และรีเซต อุปกรณ์ที่ติดต่ออยู่โดยไม่ต้อง Reset เครื่อง Computer
• สามารถส่งถ่ายข้อมูลได้สูงสุดถึง 1.5 Mbit/Sec และ 12 Mbit สัญญาณเสียง และสัญญาณภาพ
• ลดจำนวนสายเคเบิล ท การเชื่อมต่อนั้นก็ง่ายเนื่องจากสายสัญญาณมีแค่ 4 สายสัญญาณ คือ V+ ,D+, D- และ V-
โดยสายสัญญาณข้อมูล (D+ และ D-)นั้นจะเป็นแบบ Twist pair
• สายเคเบิลนั้นสามารถนั้นสามารถยาวได้ถึง5 เมตร
• มีระบบ Suspend เพื่อช่วยในการประหยัดพลังงาน
• มีการกำหนดค่าตำแหน่งแอดเดรสของ อุปกรณ์ต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ที่มาของข้อมูล :
http://guru.google.co.th/guru/thread...148140a1720025
http://expert.com.th.googlepages.com/rs-232cporttest
http://guru.google.co.th/guru/thread...30e87dda6779ad
http://www.vecthai.com/forums/index.php?topic=518.msg1483;topicseenข้อดีข้อเสียของการใช้พอร์ตอนุกรม (serial port) / ขนาน (parallel port)
- พอร์ตขนานเขียนโปรแกรมรับส่งง่าย และส่งข้อมูลได้อัตราความเร็วสูง
- พอร์ตอนุกรมมีจำนวนเส้นสัญญาณน้อยกว่า ทำให้ประหยัดค่าสายต่างๆ มากกว่า แต่ ข้อมูลหนึ่งชุด
จะต้องเสียเวลาส่งนานขึ้น (เพราะต้องเรียงบิตส่งกันไป)
ปัจจุบันข้อเด่นข้อด้อยดังกล่าวไม่ได้เห็นชัด ทั้งนี้เพราะพอร์ตอนุกรมความเร็วสูงมีแล้ว (USB) ในขณะ
ที่พอร์ตอนุกรมเก่าๆ เองยังต้องมีสายควบคุมมากมาย (acknowledge bus มาก)
ข้อดีของ USB
ระบบ USB นั้นนับว่าเป็นระบบที่ทันสมัย เนื่องจากรองรับอุปกรณ์ได้มากขึ้น และ ง่ายต่อการติดตั้ง มีความ
สามารถรองรับ Plug & Play ซึ่งมีคุณสมบัติ ดังนี้
• สามารถลดข้อจำกัดในการต่ออุปกรณ์พ่วงได้มากขึ้นถึง 127 ชิ้น
• ขยายอุปกรณ์มาตรฐานด้วยไดรเวอร์มาตรฐานได้
• สามารถจ่ายไฟฟ้าขนาด 5 Volt ให้แก่อุปกรณ์ที่ต่อพ่วงกับ USB
• "Hot Swapping" สนับสนุนการต่อ ,ถอดออก และรีเซต อุปกรณ์ที่ติดต่ออยู่โดยไม่ต้อง Reset เครื่อง Computer
• สามารถส่งถ่ายข้อมูลได้สูงสุดถึง 1.5 Mbit/Sec และ 12 Mbit สัญญาณเสียง และสัญญาณภาพ
• ลดจำนวนสายเคเบิล ท การเชื่อมต่อนั้นก็ง่ายเนื่องจากสายสัญญาณมีแค่ 4 สายสัญญาณ คือ V+ ,D+, D- และ V-
โดยสายสัญญาณข้อมูล (D+ และ D-)นั้นจะเป็นแบบ Twist pair
• สายเคเบิลนั้นสามารถนั้นสามารถยาวได้ถึง
• มีระบบ Suspend เพื่อช่วยในการประหยัดพลังงาน
• มีการกำหนดค่าตำแหน่งแอดเดรสของ อุปกรณ์ต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ที่มาของข้อมูล :
http://guru.google.co.th/guru/thread...148140a1720025
http://expert.com.th.googlepages.com/rs-232cporttest
http://guru.google.co.th/guru/thread...30e87dda6779ad
สาย UTP
UTP ย่อมาจาก UNSHIELD TWISTED PAIR ซึ่งถ้าแปลตรงตัวความหมายของมันก็คือ สายตีเกลียวที่ไม่มีตัวป้องกัน เรามาทำความรู้จักกับสาย UTP CABLE กันเลยดีกว่าครับ
UTP CABLE ที่ใช้ในระบบคอมพิวเตอร์คือ COAXIAL CABLE, UTP CAT5, UTP CAT5e CABLE, UTP CAT6 CABLE และ UTP CAT7 CABLE ซึ่งขีดความสามารถในการใช้งานก็จะแตกต่างกัน
1. COAXIAL CABLE คือ สายทองแดงที่นำมาใช้ในระบบ LAN ที่มีความเร็วที่ต่ำ MAXIMUM ของ SPEED จะอยู่ที่ 10Mbps ส่วนมากใช้ในระบบ BUS
2. UTP CAT5 คือสายทองแดงตีเลียวที่ใช้ในระบบ LAN ที่มีความเร็วปานกลาง MAXIMUM ของ SPEED อยู่ที่ 100Mbps ใช้ในระบบ RING, STAR และแบบผสม
3. UTP CAT5e CABLE คือสายทองแดงตีเกลี่ยวที่นำมาใช้ในระบบ LAN ที่มีความเร็วสูง MAXIMUM ของ SPEED อยู่ที่ 1Gbps
4.UTP CAT6 CABLE คือสายทองแดงตีเกลียวที่นำมาใช้ในระบบ LAN ที่มี MAXIMUM ของ SPEED อยู่ที่ 10Gbps BANWIDTH อยู่ที่ 250MHz
5. UTP CAT7 CABLE คือสายทองแดงตีเกลี่ยวที่นำมาใช้ในระบบ LAN ที่มีความเร็วสูง MAXIMUM ของ SPEED อยู่ที่ 10Gbps BANWIDTH อยู่ที่600 MHz
เหล่านี้คือสายที่นำมาใช้ในระบบคอมพิวเตอร์ แต่ในปัจจุบันที่นิยมใช้และนำมาใช้กันมากที่สุดก็คือ สาย CAT5e และ CAT6 เพราะในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังคงใช้ SWITCH ที่มีความเร็วอยู่ที่ 10/100/1000 Mbps ยังไม่มีใครที่ใช้เกินไปกว่านี้ อย่างเช่นส่วนใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมโรงงานและสถานที่บริการทั่วๆ ไปยังใช้ 10/100 Mbps และที่ใช้ 1 Gbps ก็จะเป็ฯหน่วยงานที่ต้องการความเร็วที่สูงและต้องการใช้ Aplication ที่เยอะ และความเที่ยงตรงสูงนั่นเอง เนื่องจาก File ที่ใช้งานจะมีขนาดใหญ่
UTP CABLE ที่ใช้ในระบบคอมพิวเตอร์คือ COAXIAL CABLE, UTP CAT5, UTP CAT5e CABLE, UTP CAT6 CABLE และ UTP CAT7 CABLE ซึ่งขีดความสามารถในการใช้งานก็จะแตกต่างกัน
1. COAXIAL CABLE คือ สายทองแดงที่นำมาใช้ในระบบ LAN ที่มีความเร็วที่ต่ำ MAXIMUM ของ SPEED จะอยู่ที่ 10Mbps ส่วนมากใช้ในระบบ BUS
2. UTP CAT5 คือสายทองแดงตีเลียวที่ใช้ในระบบ LAN ที่มีความเร็วปานกลาง MAXIMUM ของ SPEED อยู่ที่ 100Mbps ใช้ในระบบ RING, STAR และแบบผสม
3. UTP CAT5e CABLE คือสายทองแดงตีเกลี่ยวที่นำมาใช้ในระบบ LAN ที่มีความเร็วสูง MAXIMUM ของ SPEED อยู่ที่ 1Gbps
4.UTP CAT6 CABLE คือสายทองแดงตีเกลียวที่นำมาใช้ในระบบ LAN ที่มี MAXIMUM ของ SPEED อยู่ที่ 10Gbps BANWIDTH อยู่ที่ 250MHz
5. UTP CAT7 CABLE คือสายทองแดงตีเกลี่ยวที่นำมาใช้ในระบบ LAN ที่มีความเร็วสูง MAXIMUM ของ SPEED อยู่ที่ 10Gbps BANWIDTH อยู่ที่600 MHz
เหล่านี้คือสายที่นำมาใช้ในระบบคอมพิวเตอร์ แต่ในปัจจุบันที่นิยมใช้และนำมาใช้กันมากที่สุดก็คือ สาย CAT5e และ CAT6 เพราะในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังคงใช้ SWITCH ที่มีความเร็วอยู่ที่ 10/100/1000 Mbps ยังไม่มีใครที่ใช้เกินไปกว่านี้ อย่างเช่นส่วนใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมโรงงานและสถานที่บริการทั่วๆ ไปยังใช้ 10/100 Mbps และที่ใช้ 1 Gbps ก็จะเป็ฯหน่วยงานที่ต้องการความเร็วที่สูงและต้องการใช้ Aplication ที่เยอะ และความเที่ยงตรงสูงนั่นเอง เนื่องจาก File ที่ใช้งานจะมีขนาดใหญ่
Serial
Serial port เป็นส่วนที่ใช้ในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกของคอมพิวเตอร์ เช่น modem mouse keyboard เป็นต้น โดยรูปแบบการสื่อสารของพอร์ทชนิดนี้นั้นจะเป็นการส่งข้อมูลแบบทีละบิต บนมาตรฐานการส่งข้อมูลแบบ RS-232 ซึ่งจะต่างจาก parallel port (ที่จะมีการส่งข้อมูลพร้อมๆ กันทีละหลายๆ บิต) โดยความเร็วของการส่งข้อมูลแบบนี้ จะขึ้นอยู่กับความถี่ที่เลือกใช้ในการส่งข้อมูล
Parallel
พอร์ตขนาน (Parallel Port) คือพอร์ตที่ใช้รับส่งข้อมูลหลายๆ บิตพร้อมๆ กัน ซึ่งจะพบในเครื่อง PC ทุกๆ เครื่องที่เป็นแบบ IBM แต่เราอาจพบพอร์ตแบบอื่น เช่น SCSI,USB และ IrDA แต่พอร์ตขนานก็ยังคงเป็นที่นิยมอยู่เพราะมีความสามารถ,มีความยืดยุ่นต่อการใช้งานและมีใน PC แทบทุกเครื่อง
2. ชนิดของพอร์ตขนาน
2.1 SPP (Standard Parallel Port) เป็นพอร์ตขนานแบบดั้งเดิมซึ่งเป็นพอร์ตขนานในเครื่อง IBM PC รุ่นแรก พอร์ตแบบ SSP นี้สามารถส่ง มูลไปยังอุปกรณ์ต่อพ่วงได้ครั้งละ 8 บิต โดยใช้ข้อกำหนดการสื่อสาร ( protocol ) ที่คล้ายกับที่ใช้ในการอินเตอร์เฟสแบบเซนทรอนิกส์ดั้งเดิม ( Centronic interface ) พอร์ตแบบ SPP นี้จะไม่มีอินพุตพอร์ตขนาด 1 ไบต์ แต่สามารถใช้ ( Nibble mode ) ที่รับส่งข้อมูลทีละ 4 บิตได้ การใช้ Nibble mode นี้จะช้ากว่า แต่ก็นิยมใช้การใช้พอร์ตขนานให้ทำงานเป็นอินพุต
2.2 PS/2-type เป็นพอร์ตขนานแบบรับส่ง 2 ทิศทาง ทำให้อุปกรณ์ต่อพ่วงสามารถรับส่งข้อมูล 8 บิต ได้พร้อมๆ กันไปยังเครื่อง PC ได้ แต่ไม่สนับสนุนโหมด EPP และ ECP
2.3 EPP (Enhanced Parallel Port) เป็นพอร์ตที่มีไบต์ข้อมูล 2 ทิศทางเช่นเดียวกับพอร์ต PS/2-type และยังสามารถอ่านหรือเขียนข้อมูล 1 ไบต์ได้ในรอบการทำงานเดียว (one cycle) ของบัสขยายระบบแบบ ISA (ISA expansion bus) โดยใช้เวลาเพียง 1 ไมโครวินาที รวมทั้งการทำแฮนด์เช็ค (handshaking) ซึ่งเร็วกว่าพอร์ตแบบ SPP และ PS/2 ซึ่งต้องใช้ 4 รอบการทำงาน พอร์ตแบบ EPP สามารถกลับทิศทางการส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นประโยชน์มากเมื่อใช้งานกับตัวอ่านเทปหรือดิสก์และอุปกรณ์อื่นๆ ที่มีการถ่ายเทข้อมูล 2 ทิศทาง พอร์ตแบบ EPP ยังสามารถจำลองการทำงานของพอร์ตแบบ SPP ได้ และพอร์ตแบบ EPP บางแบบยังเลียนแบบการทำงานของพอร์ตแบบ PS/2ได้ด้วย
2.4 ECP (Extended Capability Port) การทำงานเหมือนการพอร์ตแบบ EPP ที่สามารถรับส่งข้อมูลได้ด้วยอัตราเร็วเท่ากับอัตราเร็วของบัส ISA และพอร์ตแบบ ECP ยังมีตัวพักข้อมูล (Buffer) และยังสนับสนุนการถ่ายเทข้อมูลเข้าหน่วยความจำโดยตรง (DMA , direct memory access) และมีการบีบอัดข้อมูล (data compression) อีกด้วย การรับส่งข้อมูลในโหมด ECP นี้จะมีประโยชน์สำหรับ Printer , Scaner และอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ต้องรับส่งข้อมูลเป็นกลุ่มใหญ่ๆ พอร์ตแบบ ECP ยังสามารถจำลองการทำงานของพอร์ตแบบ SPP หรือ PS/2 ได้ และพอร์ต ECP ส่วนใหญ่จะจำลองการทำงานของพอร์ตแบบ EPP ได้ดีด้วยเช่นกัน
2.5 Multi-mode port พอร์ตรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ทำงานแบบ Muti-mode port ซึ่งสามารถจำลองการทำงานของพอร์ตบางแบบหรือทุกแบบที่กล่าวมาแล้วได้ ซึ่งจะกำหนดทางเลือกการทำงานได้ว่าจะให้ทำงานเป็นพอร์ตทุกแบบ หรือให้ทำงานเป็นแบบใดแบบหนึ่งได้แบบเดียว
2.2 PS/2-type เป็นพอร์ตขนานแบบรับส่ง 2 ทิศทาง ทำให้อุปกรณ์ต่อพ่วงสามารถรับส่งข้อมูล 8 บิต ได้พร้อมๆ กันไปยังเครื่อง PC ได้ แต่ไม่สนับสนุนโหมด EPP และ ECP
2.3 EPP (Enhanced Parallel Port) เป็นพอร์ตที่มีไบต์ข้อมูล 2 ทิศทางเช่นเดียวกับพอร์ต PS/2-type และยังสามารถอ่านหรือเขียนข้อมูล 1 ไบต์ได้ในรอบการทำงานเดียว (one cycle) ของบัสขยายระบบแบบ ISA (ISA expansion bus) โดยใช้เวลาเพียง 1 ไมโครวินาที รวมทั้งการทำแฮนด์เช็ค (handshaking) ซึ่งเร็วกว่าพอร์ตแบบ SPP และ PS/2 ซึ่งต้องใช้ 4 รอบการทำงาน พอร์ตแบบ EPP สามารถกลับทิศทางการส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นประโยชน์มากเมื่อใช้งานกับตัวอ่านเทปหรือดิสก์และอุปกรณ์อื่นๆ ที่มีการถ่ายเทข้อมูล 2 ทิศทาง พอร์ตแบบ EPP ยังสามารถจำลองการทำงานของพอร์ตแบบ SPP ได้ และพอร์ตแบบ EPP บางแบบยังเลียนแบบการทำงานของพอร์ตแบบ PS/2ได้ด้วย
2.4 ECP (Extended Capability Port) การทำงานเหมือนการพอร์ตแบบ EPP ที่สามารถรับส่งข้อมูลได้ด้วยอัตราเร็วเท่ากับอัตราเร็วของบัส ISA และพอร์ตแบบ ECP ยังมีตัวพักข้อมูล (Buffer) และยังสนับสนุนการถ่ายเทข้อมูลเข้าหน่วยความจำโดยตรง (DMA , direct memory access) และมีการบีบอัดข้อมูล (data compression) อีกด้วย การรับส่งข้อมูลในโหมด ECP นี้จะมีประโยชน์สำหรับ Printer , Scaner และอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ต้องรับส่งข้อมูลเป็นกลุ่มใหญ่ๆ พอร์ตแบบ ECP ยังสามารถจำลองการทำงานของพอร์ตแบบ SPP หรือ PS/2 ได้ และพอร์ต ECP ส่วนใหญ่จะจำลองการทำงานของพอร์ตแบบ EPP ได้ดีด้วยเช่นกัน
2.5 Multi-mode port พอร์ตรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ทำงานแบบ Muti-mode port ซึ่งสามารถจำลองการทำงานของพอร์ตบางแบบหรือทุกแบบที่กล่าวมาแล้วได้ ซึ่งจะกำหนดทางเลือกการทำงานได้ว่าจะให้ทำงานเป็นพอร์ตทุกแบบ หรือให้ทำงานเป็นแบบใดแบบหนึ่งได้แบบเดียว
5. หน้าที่การทำงานในแต่ละขาของ Parallel Port
พอร์ตข้อมูล จะมีขา Output แบบแลตช์ 8 ขา (DB0-DB7) เพื่อใช้ส่งข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ไปยังพรินเตอร์ซึ่งควบคุมจาก Output พอร์ตของคอมพิวเตอร์
พอร์ตควบคุม ในพอร์ตนี้จะมี Output แบบแลตช์ 4 ขา มี STROBE,LF/CR,SLIN และ INITALIZE โดยจะส่งจากคอมพิวเตอร์ไปยังเครื่องพิมพ์ และควบคุมจาก Output พอร์ตของคอมพิวเตอร์เช่นกัน แต่จะไม่ได้ทำหน้าที่ส่งข้อมูลจะทำหน้าที่ส่งคำสั่งจากคอมพิวเตอร์มาแทนและที่ขา STROBE,LF/CR และ SLIN จะต่อ Inverter เอาไว้ด้วยเพื่อกลับค่า Output พอร์ตจากคอมพิวเตอร์
พอร์ตแสดงสถานะ จะเป็นพอร์ต Input 5 ขามี ERROR, SLCT, PE, ACK และ BUSY ที่จะต่อตรงจากพรินเตอร์มายังคอมพิวเตอร์เพื่อให้คอมพิวเตอร์รับรู้สถานะการทำงานของเครื่องพิมพ์ โดยที่ขา BUSY จะต่อInverterไว้เพื่อกลับสัญญาณก่อนที่จะส่งไปยังคอมพิวเตอร์
สัญญาณที่ใช้จะใช้ระดับสัญญาณแบบ TLL คือสัญญาณอยู่ระหว่าง 2.4-5 Voltจะเป็น "high" หรือ logic "1" และสัญญาณที่อยู่ระหว่าง 0-0.8 Volt จะเป็น "low " หรือ logic "0"
สัญญาณสโตรบ ( Data Strobe) เป็นสัญญาณแรก computer จะสร้าง pulse low ที่สายเส้นนี้เพื่อบอกสถานะแก่อุปกรณ์ร่วมว่าข้อมูลพร้อมแล้ว และเตรียมพร้อมที่จะรับข้อมูลเข้า (data 0 - data 7)
สายข้อมูล มีขนาด 8 bit เป็นตัวที่จะรับข้อมูลได้พร้อมกัน 1 byte ที่ส่งมาอาจเป็นตัวอักษรก็ได้
อุปกรณ์จะสามารถหยุดรับข้อมูลโดยการส่งสัญญาณ BUSY เป็น "high"เมื่ออุปกรณ์ร่วมตรวจสอบ pulse strobe มันจะคงค่า BUSY เป็น "high" จนกว่ามันจะประมวลผลข้อมูลเดิมเสร็จ และเมื่อพร้อมที่จะรับข้อมูลก็จะทำให้สัญญาณ BUSY เป็น "low" ซึ่งคอมพิวเตอร์สามารถส่งข้อมูลมายังอุปกรณ์ได้
http://eestud.kku.ac.th/~u4167536/parallelport.html
พอร์ตควบคุม ในพอร์ตนี้จะมี Output แบบแลตช์ 4 ขา มี STROBE,LF/CR,SLIN และ INITALIZE โดยจะส่งจากคอมพิวเตอร์ไปยังเครื่องพิมพ์ และควบคุมจาก Output พอร์ตของคอมพิวเตอร์เช่นกัน แต่จะไม่ได้ทำหน้าที่ส่งข้อมูลจะทำหน้าที่ส่งคำสั่งจากคอมพิวเตอร์มาแทนและที่ขา STROBE,LF/CR และ SLIN จะต่อ Inverter เอาไว้ด้วยเพื่อกลับค่า Output พอร์ตจากคอมพิวเตอร์
พอร์ตแสดงสถานะ จะเป็นพอร์ต Input 5 ขามี ERROR, SLCT, PE, ACK และ BUSY ที่จะต่อตรงจากพรินเตอร์มายังคอมพิวเตอร์เพื่อให้คอมพิวเตอร์รับรู้สถานะการทำงานของเครื่องพิมพ์ โดยที่ขา BUSY จะต่อInverterไว้เพื่อกลับสัญญาณก่อนที่จะส่งไปยังคอมพิวเตอร์
สัญญาณที่ใช้จะใช้ระดับสัญญาณแบบ TLL คือสัญญาณอยู่ระหว่าง 2.4-5 Voltจะเป็น "high" หรือ logic "1" และสัญญาณที่อยู่ระหว่าง 0-0.8 Volt จะเป็น "low " หรือ logic "0"
สัญญาณสโตรบ ( Data Strobe) เป็นสัญญาณแรก computer จะสร้าง pulse low ที่สายเส้นนี้เพื่อบอกสถานะแก่อุปกรณ์ร่วมว่าข้อมูลพร้อมแล้ว และเตรียมพร้อมที่จะรับข้อมูลเข้า (data 0 - data 7)
สายข้อมูล มีขนาด 8 bit เป็นตัวที่จะรับข้อมูลได้พร้อมกัน 1 byte ที่ส่งมาอาจเป็นตัวอักษรก็ได้
อุปกรณ์จะสามารถหยุดรับข้อมูลโดยการส่งสัญญาณ BUSY เป็น "high"เมื่ออุปกรณ์ร่วมตรวจสอบ pulse strobe มันจะคงค่า BUSY เป็น "high" จนกว่ามันจะประมวลผลข้อมูลเดิมเสร็จ และเมื่อพร้อมที่จะรับข้อมูลก็จะทำให้สัญญาณ BUSY เป็น "low" ซึ่งคอมพิวเตอร์สามารถส่งข้อมูลมายังอุปกรณ์ได้
http://eestud.kku.ac.th/~u4167536/parallelport.html
RJ-45
คือ หัวต่อที่ใช้กับสายสัญญาณเชื่อมเครือข่ายแบบสายคู่ตีเกลียว (สาย UTP) ตัวผู้ มี 2 ชนิด ได้แก่
1.หัวต่อตัวผู้ RJ-45 (หรือที่เรียกว่ RJ-45 Connecter หรือ RJ-45 Jack Plug) เป็นอุปกรณ์สำหรับใส่ที่ปลายสาย UTP มีลักษณะเป็นพลาสติกสี่เหลี่ยมคล้ายหัวต่อโทรศัพท์ มีช่องสำหรับเสียบสายที่ด้านหลัง ด้านล่างเรียบ ส่วนด้านบนมีตัวล๊อค ถ้าหันหน้าเข้าด้านหน้าของหัวต่อพิน 1 จะอยู่ทางด้านซ้ายมือของเรานะคะ ในขณะที่พิน 8 จะอยู่ทางขวามือ
2.หัวต่อตัวเมีย RJ-45 (หรือเรียกว่า RJ-45 Jack Face) มีลักษณะเป็นเบ้าเสียบสำหรับหัวต่อ RJ-45 ตัวผู้ เมื่อมองจากด้านที่จะนำหัวต่อตัวผู้เสียบ พิน 8 จะอยู่ทางซ้าย ส่วนพิน 1 จะอยู่ทางขวา หัวต่อตัวเมียจะมีลักษณะเป็นกล่องมีช่องสำหรับเสียบหัวต่อ ด้านในกล่องจะมีขั้ว
ซึ่งจะเป็นส่วนที่เชื่อมกับสายนำสัญญาณ
1.หัวต่อตัวผู้ RJ-45 (หรือที่เรียกว่ RJ-45 Connecter หรือ RJ-45 Jack Plug) เป็นอุปกรณ์สำหรับใส่ที่ปลายสาย UTP มีลักษณะเป็นพลาสติกสี่เหลี่ยมคล้ายหัวต่อโทรศัพท์ มีช่องสำหรับเสียบสายที่ด้านหลัง ด้านล่างเรียบ ส่วนด้านบนมีตัวล๊อค ถ้าหันหน้าเข้าด้านหน้าของหัวต่อพิน 1 จะอยู่ทางด้านซ้ายมือของเรานะคะ ในขณะที่พิน 8 จะอยู่ทางขวามือ
2.หัวต่อตัวเมีย RJ-45 (หรือเรียกว่า RJ-45 Jack Face) มีลักษณะเป็นเบ้าเสียบสำหรับหัวต่อ RJ-45 ตัวผู้ เมื่อมองจากด้านที่จะนำหัวต่อตัวผู้เสียบ พิน 8 จะอยู่ทางซ้าย ส่วนพิน 1 จะอยู่ทางขวา หัวต่อตัวเมียจะมีลักษณะเป็นกล่องมีช่องสำหรับเสียบหัวต่อ ด้านในกล่องจะมีขั้ว
ซึ่งจะเป็นส่วนที่เชื่อมกับสายนำสัญญาณ
ลักษณะของ Connector RJ –45
จะเป็นหัวต่อที่มีลักษณะปิด คือ โครงสร้างภายนอกเป็นพลาสติกใส ฝังขั้วทองแดงภายใน 8 อัน เท่ากับจำนวนสาย( ถ้า เข้าหัวเสีย จะไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ )
http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=5c7395b8c16107f9
Port หมายเลข Port
หมายเลข port คืออะไร ?หมายเลข port คือเลขฐาน 16 บิต ตั้งแต่ 0 ถึง 65535 หมายเลข port แต่ละหมายเลขจะถูกกำหนดโดยเฉพาะจาก OS (Operating Systems)
ทาง Internet Assigned Numbers Authority (IANA) เป็นหน่วยงานกลางในการประสานการเลือกใช้ Port ว่า Port หมายเลขใดควรเหมาะสำหรับ Service ใด
เช่น เลือกใช้ TCP Port หมายเลข 23 กับ Service Telnet และเลือกใช้ UDP Port หมายเลข 69 สำหรับ Service Trivial File transfer Protocol (TFTP)
หมายเลข Port ถูกจัดแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ well known Ports และ Registered Ports
well known Ports คืออะไร ?
Well Known Ports คือจะเป็น Port ที่ระบบส่วนใหญ่ กำหนดให้ใช้โดย Privileged User (ผู้ใช้ที่มีสิทธิพิเศษ) โดย port เหล่านี้ ใช้สำหรับการติดต่อระหว่างเครื่องที่มีระบบเวลาที่ยาวนาน วัตถุประสงค์เพื่อให้ service แก่ผู้ใช้ (ที่ไม่รู้จักหรือคุ้นเคย) แปลกหน้า จึงจำเป็นต้องกำหนด Port ติดต่อสำหรับ Service นั้นๆ
แล้ว Register
http://news.thaihomelist.com/2009/07/16/สำหรับโปรแกรมประยุกต์(Application) ที่ใช้ TCP (Transmission Control Protocol) หรือ UDP (User Datagram Protocol) จะใช้หมายเลข port
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)